แต้ว สุดาพร สีสอนดี มาทำความรู้จักกับเธอคนนี้ นักมวยสากลหญิง ผู้คว้าเหรียญโอลิมปิก

แต้ว สุดาพร สีสอนดี นักกีฬามวยสากลหญิง รับเหรียญทองแดงโอลิมปิกมวยคนแรกของประเทศไทย

แต้ว สุดาพร สีสอนดี ยอดกำปั้นสาว ขวัญใจชาวไทย ขึ้นรับเหรียญรางวัลชนะเลิศลำดับที่ 3 ในการแข่งขัน กีฬามวยสากลสมัครเล่น รุ่น 60 กิโลกรัมหญิง นับเป็นนักมวยสากลสมัครเล่นหญิงคนแรก ที่ได้เหรียญรางวัลจากการ แข่งขันกีฬาโอลิมปิก สำหรับเหรียญทองตกเป็นของ เคลลี แอนน์ แฮร์ริงตัน

นักชกสาวทีมชาติไอร์แลนด์ ที่เอาชนะสุดาพร ได้อย่างหวุดหวิดในรอบรองชนะเลิศ โดยในรอบชิงชนะเลิศเอาชนะ แบร์ทริซ แฟร์ไรรา จากบราซิลได้ และเหรียญทองแดงอีกหนึ่งคนคือ มิรา พอตโคเนน ที่เป็นนักมวยจากประเทศฟินแลนด์ ซึ่งทาง “แต้ว” สุดาพร สีสอนดี เขาก็ได้คลุกคลีและซึมซับ

กีฬาหมัดมวยมาตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากที่บ้านนั้น ทำค่ายมวยไทยเล็กๆ และได้ขึ้นชกครั้งแรกตอนอายุ 11 ขวบ หลังจากนั้น สุดาพร ชกมวยไทยเรื่อยมา เพื่อหาเงินช่วยเหลือครอบครัว ก่อนจะไปสอบคัดตัว เข้าโรงเรียนกีฬาขอนแก่น แต่ว่านักเรียนที่มาคัดตัว “มวยไทย” นั้นมีจำนวนมาก ต่างกับ “มวยสากล”

ที่ไม่มากนักและ มีโอกาสติดมากกว่า สุดาพรจึงสอบคัดตัว มวยสากลแทน ซึ่งผลปรากฏว่าสอบติด จึงได้เริ่มต้นเส้นทางของ มวยสากลนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และเธอก็พัฒนาฝีมือ ได้อย่างรวดเร็วจน ได้คว้าเหรียญทองกีฬาแห่งชาติ พร้อมกับถูกเรียกตัว ไปเข้าแคมป์ซ้อมกับทีมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอ ปลาบปลื้มและไม่คิดว่า จะมาได้ไกลถึงขนาดนี้ เป็นขวัญใจชาวไทยไม่แพ้นักมวยชายอย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ เลยก็ว่าได้

แต้ว สุดาพร สีสอนดี

ก่อนที่จะมาเป็น แต้ว สุดาพร สีสอนดี นักมวยเหรียญทองแดงคนแรกของไทย เธอผ่านอะไรมาบ้าง

จุดเริ่มต้นของการ เข้าสู่รั้วทีมชาติในเวลานั้นของ สุดาพรเป็นเพียงแค่ ดาวรุ่งที่อายุยังน้อย และมีรุ่นพี่ที่ยืนขวางทางอยู่ ทำให้เธอมีสถานะเป็น ตัวสำรองในทีมชาติ และทำได้แค่เพียงซ้อมไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีโอกาสได้ลงแข่งเลย เป็นเวลานานนับปี จนเริ่มรู้สึกท้อ แต่ในขณะเดียวกัน สุดาพรก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โดยมีความสำเร็จ ของบรรดานักชกรุ่นพี่ เป็นแรงผลักดันให้เธอสู้ต่อ หลังจากได้เห็นรุ่นพี่หลายๆคน ประสบความสำเร็จบนสังเวียนผ้าใบ

และนำมาซึ่งอนาคตที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการ ได้บรรจุเข้ารับราชการ มีหน้าที่การงานมั่นคง ซึ่งเป็นภาพที่เธออยากเดินตาม รอยรุ่นพี่เหล่านั้นให้ได้ กระทั่งในที่สุดโอกาสของ สุดาพรก็มาถึง โดยมีชื่อเป็นหนึ่ง ในขุนพลเสื้อกล้ามไทย ไปลุยศึกซีเกมส์ 2011 ที่ประเทศอินโดนีเซีย และเธอก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง

โดยสามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ หลังจากนั้น กำปั้นสาวจากอุดรธานีรายนี้ ก็ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญ ของทีมมวยสากลหญิง ทีมชาติไทยมาโดยตลอด และมีผลงานโดดเด่นคือ การคว้าเหรียญทองแดง มวยสากลหญิงแชมป์โลก ปี 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้, เหรียญเงินมวยสากลหญิงแชมป์โลก ปี 2018

ที่ประเทศอินเดีย และเหรียญเงินเอเชียน เกมส์ 2018 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และเหรียญทองซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ดี ตลอดการรับใช้ชาติ มานานกว่าทศวรรษ ความฝันสูงสุดของสุดาพร และนักกีฬาแทบทุกคนทั่วโลก คือการได้เข้าร่วม โอลิมปิกสักครั้งหนึ่งในชีวิต

และฝันของเธอก็กลายเป็นจริง เมื่อสามารถผ่านควอลิฟายมาร่วมลุยศึกโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้สำเร็จ และไม่เพียงแต่จะได้เข้าร่วมเท่านั้นแต่ สุดาพร ก็ได้ประสบความสำเร็จ สามารถคว้าเหรียญโอลิมปิกมาครองได้ด้วย หลังจากโชว์ฟอร์มเหนือชั้น ปราบคู่ชกจาก เอกวาดอร์

และอินเดีย ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 5-0 เสียงทั้งสองคน จากนั้นเอาชนะคะแนน คาโรไลน์ ดูบัวส์ จากสหราชอาณาจักร อย่างระทึกใจ 3-2 เสียงในรอบ 8 คนสุดท้าย คว้าตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศรุ่นไลท์เวต 60 กก. หญิง การันตี เหรียญทองแดง ตุนไว้ในกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย

นอกจากจะเป็นจะเป็นนักมวยสากลหญิงแล้ว เธอยังรับหน้าที่เป็นสิ่งนี้อีกด้วย

สำหรับ อาสาสมัครทหารพรานหญิง สุดาพร สีสอนดี เกิดเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2534 ที่ อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี ได้รับการบรรจุเป็น อาสาสมัครทหารพรานหญิง ที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินในปี 2556 ปัจจุบันสังกัด กองร้อย ทหารพรานนาวิกโยธินที่ 524 ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2

หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน อาสาสมัครทหารพรานหญิง สุดาพร ได้เข้าร่วมทีมมวย กองทัพเรือโดยได้เข้าร่วม การแข่งขันในระดับชาติ โดยเป็นนักกีฬาของกองทัพเรือ ในทีมสโมสรราชนาวี ทำการแข่งขันรายการ มวยสากลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 ได้รางวัลชนะเลิศเหรียญทอง

ในระดับประเทศไทย ในรุ่นที่ขึ้นชก ทำให้ทีมมวยของกองทัพเรือ สโมสรราชนาวีสามารถ ครองถ้วยคะแนนรวมทีมหญิง และทีมสโมสรราชนาวี สามารถครองถ้วยคะแนนรวมถึง 8 สมัยติดต่อกันจนถึงปัจจุบัน ผู้ช่วยโฆษก กองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดย พล.ร.อ.วศินสรรพ์ จันทวรินทร์

ประธานกรรมการบริหารสวัสดิการกีฬากองทัพเรือ ได้ขออนุมัติรางวัลพิเศษ และการบรรจุเข้ารับราชการ ให้แก่อาสาสมัคร ทหารพรานหญิง สุดาพร ตาม หลักเกณฑ์การเสนอ ขอเลื่อนยศและการให้รางวัลพิเศษ แก่นักกีฬาในสังกัดกองทัพเรือ เป็นกรณีพิเศษ  ซึ่งตามหลักเกณฑ์ผู้ที่ สำเร็จการศึกษาในระดั บปริญญาตรีจะเข้ารับการ บรรจุในระดับสัญญาบัตร ได้รับการแต่งตั้งยศเป็น “เรือตรี” 

หลังจากที่ แต้ว สุดาพร ชนะได้รับเหรียญทองแดงแล้ว เธอยังบริจาคเงิน 5 แสนเพื่อซื้อครื่องมือทางการแพทย์

แต้ว สุดาพร สีสอนดี

“น้องแต้ว” ได้กล่าวว่าตอนนี้ฝันต่างๆ ที่ได้ตั้งใจไว้เกิดขึ้นแล้ว หลังจากที่ได้รับรางวัล แห่งความสำเร็จครั้งนี้ ตนคิดไว้แล้วว่าหลังจาก พ้นการกักตัวหากไม่ติดคิวอะไร ที่ทางสมาคมมวยฯ วางไว้ตนก็จะกลับบ้านไปหาแม่ทันที เพราะคิดถึงมากๆ ไม่ได้เจอกันนานแล้ว จากนั้นก็จะกลับไปหารือ

ว่าต่อจากนี้เราจะ เริ่มต้นกันอย่างไร ก่อนตามฝันที่เราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ที่แน่ๆตนจะต้องซื้อบ้าน หลังใหม่ให้แม่เพื่อให้แม่ มีความสุข รวมถึงบริจาคให้ 5 แสนบาทในการซื้อเครื่องมือแพทย์ ที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุดรธานี

สุดท้ายแต้วยังกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

ความสำเร็จในวันนี้ คงเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีเพื่อนนักมวยทุกคน ในทีมชาติที่ร่วมฝึกซ้อมกันมา สตาฟฟ์โค้ชที่คอยดูแล เคี่ยวเข็ญจนกล้าแกร่ง สมาคมมวยฯ ที่ให้โอกาส คุณสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานพัฒนาเทคนิคฯ ที่คอยสนับสนุนและ สอนสั่งมาโดยลอด รวมถึงพ่อแม่ที่จับเขาชกมวยมาตั้งแต่เล็ก

ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ท่านผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ที่ให้การสนับสนุนและ ให้รางวัลด้วยการให้ตน บรรจุเข้ารับราชการเป็นทหารเรือ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต และขอมอบความสำเร็จ และความสุขครั้งนี้ให้กับ คนไทยทั้งประเทศ

ขอบคุณข่าวสารมวยทั่วโลกจาก : ดูบอล123