ศิลปะการต่อสู้ จีน ศิลปะการต่อสู้ในแบบฉบับจีนโบราณ ที่เราอาจจะเคยเห็นมาในหนัง ภาพยนตร์ต่างๆ

ศิลปะการต่อสู้ จีน ศิลปะป้องกันตัว จากประเทศจีนที่สามารถใช้ป้องกันตัวเอง จากภัยอันตรายได้อีกด้วย

ศิลปะการต่อสู้ จีน ประเทศจีนนั้นมี ประเพณีศิลปะ การต่อสู้ที่ยาวนาน ซึ่งมีรูปแบบที่แตกต่าง กันออกไปหลายร้อยแบบ ในช่วงสองพันปี ที่ผ่านมามีการพัฒนา รูปแบบที่โดดเด่น มากมายซึ่งแต่ละสไตล์ ก็มีชุดเทคนิค และแนวคิดของตัวเอง นอกจากนี้ยังมี รูปแบบทั่วไป สำหรับรูปแบบ ที่แตกต่างกันซึ่ง

มักแบ่งตาม ตระกูล (家 ), นิกาย (派 ), หรือ โรงเรียน (門) มีรูปแบบที่เลียนแบบ การเคลื่อนไหว จากสัตว์และอื่นๆ ที่รวบรวมแรงบันดาลใจ จากปรัชญาต่างๆ ของจีนในตำนาน และตำนาน บางรูปแบบก็ได้ ให้ความสำคัญกับ การควบคุมพลังฉี ในขณะที่รูปแบบอื่นๆ จะมุ่งเน้นไปที่การแข่งขัน ศิลปะการต่อสู้ของจีน

สามารถแบ่งออกเป็น ประเภทต่างๆเพื่อ สร้างความแตกต่าง เช่นภายนอก และภายใน ศิลปะการต่อสู้ ของจีนสามารถ แบ่งตามสถานที่ได้ เช่นเดียวกับในภาคเหนือ และทางใต้ เช่นกันโดยอ้างถึง ส่วนใดของจีนที่มี รูปแบบมาจากคั่น ด้วยแม่น้ำแยงซี  ศิลปะการต่อสู้ ของจีนอาจถูกจำแนก ตามจังหวัดหรือ

เมืองความแตกต่าง ที่รับรู้หลักระหว่าง รูปแบบทางเหนือ และทางใต้คือ รูปแบบทางเหนือ มักจะเน้นการเตะ ที่รวดเร็วและทรงพลัง การกระโดดสูง และโดยทั่วไปแล้ว จะเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหล และรวดเร็ว ในขณะที่รูปแบบ ทางใต้จะเน้นไปที่ เทคนิคแขนและ มือที่แข็งแรงและมั่นคง ท่าทางที่ไม่สามารถ

เคลื่อนย้ายได้และ การวางเท้าที่รวดเร็ว ซึ่งต้นกำเนิด ศิลปะป้องกันตัวของจีน สามารถสืบหาได้ว่า เริ่มมีในช่วงสมัยสังคมดั้งเดิม ขณะที่มนุษย์ใช้เครื่องมือต่างๆ อย่างกระบี่กระบอง เพื่อต่อสู้กับสัตว์ และค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ การปะทะโจมตี ป้องกันตัวเรื่อยมา ผู้คนจึงนำเอาท่าทาง อย่างการเตะ ต้อย หมัด มวย มาเรียบเรียงลำดับ เป็นชุดกระบวนท่าต่างๆ ขึ้นมาเพื่อใช้ฝึกซ้อม ภายหลังจึงเกิดชุด กระบวนท่าที่แตกต่าง กันออกมาอย่างนับไม่ถ้วน

ศิลปะการต่อสู้ จีน “กังฟู”(功夫)ที่ทำให้กายและใจรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

ศิลปะการต่อสู้ จีน

กังฟู เรียกได้ว่าเป็น ศิลปะการต่อสู้จีน อย่างหนึ่ง สามารถแบ่งออก เป็นหลายพรรค และหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น หมัดใต้เท้าเหนือ กระบองใต้หอกเหนือ และยังมี วิทยายุทธเส้าหลิน อู่ตังเหมิน กระบี่ไท้เก๊ก มวยหย่งชุน เป็นต้น ประวัติศาสตร์กังฟู มีมานานกว่า 5000 ปีแล้ว กังฟูเป็นศิลปะ การต่อสู้ที่ลึกลับ

มีความมหัศจรรย์ ลีลากระบวนท่า ที่งดงามสง่าและ มีเสน่ห์ชวนหลงใหล เป็นศิลปะการต่อสู้ ที่มาจากหลากหลาย ชนเผ่าและ กระบวนท่าต่างๆ ที่มาจากสัตว์บางชนิด รวมทั้งหมอเทวดาฮัวโต๋ ปรมาจารย์ตั๊กม้อ และต่อมาซึ่ง เป็นที่รู้จักกันดีคือ กังฟูสำนักเส้าหลิน ซึ่งประโยนช์ของ กังฟู นั้นก็ช่วยเสริมสร้าง

ความแข็งแรง ให้กับร่างกาย ประกอบด้วยหลักการ งอเหยียด การหมุนรอบเป็นวงจร มีหลักฝึกการทรงตัว ผู้ที่ฝึกหัดไม่เพียงแค่ มีร่างกายและ สุขภาพสมบรูณ์ แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้ วิธีการต่อสู้ไปในตัว มีการแสดงออกในเชิงศิลป์ พลังความสามารถ คุณสมบัติเฉพาะตัว ในกระบวนยุทธ ลีลา ทั้งให้ความรื่นรมย์ ในการชมบทต่อสู้ ที่มีทั้งชั้นเชิง ความกล้าความดุดัน ในการเข้าปะทะต่อสู้ ล้วนก่อให้เกิด ความเพลิดเพลิน ได้ไปในตัว

ศิลปะการต่อสู้ จีน “หวิงชุน” Wing Chun ศิลปะการต่อสู้ที่มีความนุ่มนวล

ศิลปะการต่อสู้ จีน

หวิงชุน เป็นหนึ่งในศิลปะ การต่อสู้ที่อ่อนนุ่ม และเหมาะสำหรับ ทั้งชายและหญิง อย่างเท่าเทียมกัน สิ่งสำคัญสำหรับ เทคนิคคือการ พลิกกำลังของ ผู้บุกรุกและตัดสินด้วย แม้แต่ผู้ใช้รถเข็น คนพิการก็สามารถ ป้องกันตัวเองได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เทคนิค Far Eastern

หวิงชุน แตกต่างจากกังฟู แบบอื่นอย่างชัดเจน เพราะด้วยความ เป็นมวยที่ไม่ต้องใช้ พละกำลังหรือ ความแข็งแกร่งมากนัก เหมาะสมกับสรีระของผู้หญิง ที่แรงกายอ่อนแอกว่าผู้ชาย เน้นในการป้องกันตัว และจู่โจม ในระยะสั้นอย่างรวดเร็ว มีวิธีการยืนเท้าที่มั่นคง หวิงชุน ได้ถูกถ่ายทอด ต่อมาในรุ่นต่อรุ่น

จนกระทั่งมาถึงรุ่นของ ฉั่น หว่าซุน และ ยิปมัน โดยเฉพาะยิปมัน ที่เป็นผู้ที่ทำให้ หย่งชุนโด่งดัง เป็นที่รู้จัก ในระดับสากล ด้วยความที่เป็น ผู้ถ่ายทอดวิชานี้ให้แก่ บรูซ ลี ซึ่งต่อมากลายเป็น นักแสดงแอ็คชั่น ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยมีศิลปะ การป้องกันตัว แบบที่เจ้าตัวคิดค้นขึ้นมา ที่เรียกว่า “จีทคุนโด้” เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งบรูซ ลี ได้ยอมรับว่า พื้นฐานของจีทคุนโด้ นำมาจากหวิงชุนนี่เอง

มวยไทเก๊ก (太极拳) ศิลปะการต่อสู้ของจีน ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ศิลปะการต่อสู้ จีน

มวยไทเก็ก คือศิลปะการต่อสู้ ของจีนรูปแบบหนึ่ง ที่มีการถูกเผยแพร่ และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ถ้าจะบอกว่าเป็น วรยุทธแขนงหนึ่ง ของจอมยุทธ์ ในประเทศจีน สมัยก่อนก็ไม่เกินไปนัก เพราะจากการ ศึกษาพบว่า กระบวนท่าต่างๆ ในมวยไทเก็กนั้นล้วนได้ เลียนแบบท่าทาง การเคลื่อนไหว

ของสัตว์ป่ามาโดยทั้งสิ้น ซึ่งมีกระบวนท่า มากถึง 108 ท่าเลยทีเดียว การเคลื่อนไหว ของสัตว์กินเนื้อ ที่รอจังหวะตะครุบเหยื่อ มันเปี่ยมล้นไปด้วย สมาธิและการจดจ่อ ก่อนเข้าจู่โจมเหยื่อ อย่างรวดเร็ว และสง่างาม กระบวนท่าต่างๆ ในมวยไทเก็ก จึงเปี่ยมล้นไปด้วย สมาธิและการเคลื่อนไหว ที่ต่อเนื่องคล้ายการ เคลื่อนไหวของสัตว์ ที่เปี่ยมไปด้วยสมาธิ

ศิลปะการต่อสู้เส้าหลิน (少林) ศิลปะต่อสู้ของจีนโบราณ 

ศิลปะการต่อสู้เส้าหลิน

ซึ่งชื่อนี้ก็ตั้งชื่อตาม ชื่อวัดเส้าหลิน (少林) และวัดแห่งนี้เอง ก็มีชื่อเสียงโด่งดัง ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เล่ากันว่า ปรมาจารย์ตั๊กม๊อ (达摩祖师) เป็นผู้คิดค้น ศิลปะการต่อสู้เส้าหลินขึ้นมา เพื่อใช้ในการฝึกฝน จิตใจและร่างกาย ในขณะฝึกฝน นอกจากจะฝึกมือเปล่าแล้ว ยังมีการใช้อาวุธต่างๆ

เช่น กระบอง หรือ กระบี่ เป็นต้น จากนั้นได้แตกแขนง ออกเป็นศิลปะ การต่อสู้อีกกว่า 100 ชนิด สำหรับพระที่วัดเส้าหลินแล้ว การฝึกฝน ไม่ใช่เพียงเพื่อ ทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง เท่านั้น ยังสามารถ พัฒนาตนเอง และคุณธรรม รวมไปถึงการ ปกป้องวัดและ ช่วยเหลือผู้คนอีกด้วย

ข้อมูลข่าวสารดีๆจาก : ดูอนิเมะออนไลน์ คาสิโนออนไลน์