ฤทธิ์เทวดา สิทธิกุล นักมวยไทย ระดับซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทย สู่นักชกระดับโลก

ฤทธิ์เทวดา สิทธิกุล ยอดมวยไทยฝีมือดี จากนักสู้ขวัญใจมวยตู้ ขึ้นสู่เวทีระดับโลก

ฤทธิ์เทวดา สิทธิกุล หรือที่แฟนๆมวยรู้จัก “ฤทธิ์เทวดา เพชรยินดีอะคาเดมี” นักมวยไทยระดับซูเปอร์สตาร์ ชื่อจริงคือ “นาย​ธนกฤษ สิทธิ​กุล” มีชื่อเล่นว่า “ปั่น” กำปั้นจากอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ เข้าสู่เส้นทางสังเวียนผืนผ้าใบ มาตั้งแต่วัยเยาว์ และโด่งดังในฐานะ ไอ้แอ้ดเทวดา ในภาคอีสานจนสามารถ กวาดเข็มแชมป์มวยสยาม ภาคอีสานมาครองได้ถึง 5 รุ่นและแชมป์มวยภาคอีสานอีก 2 รุ่นก่อนที่เขาจะเข้าสู่เมืองกรุง

ด้วยความเป็นคนที่มีรูปร่างที่สูงยาว หมัดคม ปราดเปรียว  ชั้นเชิงไอคิวมวยเหลือร้ายทำให้ ฤทธิ์เทวดา กลายมาเป็น นักมวยดาวรุ่ง ประเภทจังหวะฝีมือ ที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก ซึ่งที่ที่สร้างชื่อให้กับ ฤทธิ์เทวดา คือเวทีมวยช่อง 7 ที่เขาซิวแชมป์รุ่น 140 ปอนด์ และได้รางวัลคู่เดือดแห่งปี 2557 มาครอง

ในไฟต์ที่พบกับ ยอดพนมรุ้ง จิตรเมืองนนท์  นอกจากนี้ ฤทธิ์เทวดา ยังกระชากเข็มแชมป์ รุ่น 140 ปอนด์ ของเวทีมวยลุมพินี และ WBC มวยไทยมาครอง เส้นทางมวยไทยของ ฤทธิ์เทวดา กำลังไปได้สวย แต่ก็จะต้องมายุติลง เมื่อเขาได้รับโอกาส ให้เข้าไปอยู่แคมป์ มวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย

ตามความฝันของเจ้าตัว ที่อยาจะเข้ากรับใช้ชาติ  แต่ด้วยประสบการณ์ในการ ชกมวยสากล ที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับ นักชกคนอื่นๆในแคมป์ทีมชาติ ประกอบกับเจ้าตัวเองก็มีภาระ ที่จะต้องรับผิดชอบหลายอย่าง หลังจากที่พยายามมา จนสุดความสามารถตลอด 2 ปี ฤทธิ์เทวดาตัดสินใจ อำลาทีมชาติไทย และกลับมาลุยสังเวียนมวยไทยอีกครั้ง นักมวยไทย

ฤทธิ์เทวดา สิทธิกุล

ฤทธิ์เทวดา สิทธิกุล แจ้งเกิดจากมวยตู้ กับเส้นทางที่โตมาในครอบครัวนักมวย

นักมวยไทยระดับซูเปอร์สตาร์ “ฤทธิ์เทวดา สิทธิกุล” นักมวยไทย เป็นลูกชายคนที่สองของบ้าน โดยที่มีพี่ชาย 1 คน และน้องชายอีก 1 คน จึงทำให้ฤทธิ์เทวดาได้คลุกคลีกับ มวยไทย มาตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากคุณพ่อของ ฤทธิ์เทวดา คือ “ร.ต.ต.นิพนธ์ สิทธิกุล” ซึ่งมีอาชีพรับราชการตำรวจ แต่ด้วยความที่เคยเป็น นักมวยเก่า

เขาจึงได้สร้างค่ายมวยเล็กๆ ของครอบครัวในชื่อว่า “ค่ายมวยสิทธิกุล” และจับลูกชายทั้งสามคน หัดมวยมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่ลูกชายทั้งสาม ได้ฝึกฝนมวยมาตั้งแต่ยังเด็ก จนปัจจุบันทั้งสามพี่น้อง ก็ยังสานต่อ เจตนารมณ์ของพ่อ ในการเป็นนักสู้บนผืนผ้าใบ นักมวยไทย

โดยพี่ชายคนโต เป็นรู้จักกันดีในชื่อ “เดชเทวดา สิทธิกุล” ส่วนน้องชายก็กำลัง เจริญรอยตามพี่ๆ โดยมีฉายาว่า “คัมภีร์เทวดา สิทธิกุล” ทำให้เส้นทางของ ฤทธิ์เทวดา กับการขึ้นชกมวย บนสังเวียนจริงเป็นครั้งแรก ตอนที่เขาอายุ 8 ขวบ และมีพ่อเพียงคนเดียว ที่เป็นทั้งเจ้าของค่าย หัวหน้าคณะ ครูผู้ฝึกสอน และคู่ซ้อม ซึ่งเขาถือว่าพ่อคือทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ มาได้ในทุกวันนี้

จากนักมวยที่ไม่มีใครรู้จัก แจ้งเกิดจากมวยตู้ สู่การเป็นนักมวยระดับโลก

เมื่อก้าวเข้าสู่เมืองกรุง ฤทธิ์เทวดา ก็แจ้งเกิดอย่างเปรี้ยงปร้างเหมือนฟ้าผ่า ตั้งแต่ไฟต์เปิดตัวบนเวทีมวยหลากสี ด้วยการชนะมวยรุ่นพี่อย่าง “รุ่งเกียรติ ซากามิ” ในวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น และในปีเดียวกัน เขาก็ทะยานขึ้นนั่งแท่น แชมป์มวยไทยช่องเจ็ดสี รุ่น 140 ปอนด์ รวมทั้งคว้าเสื้อสามารถ

จากรางวัลคู่มวยดุเดือดแห่งปีช่อง 7 สี ปี 2557 และกลายเป็นขวัญใจ คอหมัดมวยจอตู้ตั้งแต่นั้นมา จากนั้นเองทำให้ ฤทธิ์เทวดา ก็เดินหน้ากวาดเข็มขัดแชมป์ได้จากหลายเวที อย่างเช่น แชมป์สภามวยไทยโลก (WMC) รุ่น 140 และแชมป์เวทีลุมพินี รุ่น 140 ปอนด์

ซึ่งทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะ มวยยอดฝีมือ นักมวยไทย ที่หาตัวจับยากคนหนึ่งของไทย และในตอนนั้นเอง ฤทธิ์เทวดา ก็ได้มีผู้เข้ามาสนับสนุน โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “ฤทธิ์เทวดา ส.นิภาพร” เขาสั่งสมชื่อเสียง และกระดูกมวยด้วยการ เดินสายชกไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ทั่วภาคอีสานจนแทบจะ หาคู่เปรียบมวยไม่ได้

โดยสามารถกวาด เข็มขัดแชมป์มวยสยาม ภาคอีสานมาครอง และแชมป์มวยภาคอีสาน ด้วยฝีมืออันโดดเด่น ที่มีทั้งอาวุธคมและ ไอคิวมวยเป็นเลิศ ทำให้ฤทธิ์เทวดา เป็นที่ต้องการตัวจากโปรโมเตอร์ชื่อดัง นักมวยไทยระดับซูเปอร์สตาร์ และในที่สุดเขาก็ได้เข้ามา โชว์ฝีมือในเมืองกรุง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขา โด่งดังเป็นพลุแตก

ฤทธิ์เทวดา สิทธิกุล

การขึ้นสังเวียนรับใช้ชาติ มวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ในฐานะนักกีฬาของประเทศไทย

จากนักชกภูธร ฤทธิ์เทวดา กลายเป็นนักมวยยอดฝีมือ นักมวยไทย ค่าตัวเหยียบแสน นักมวยไทยระดับซูเปอร์สตาร์ เป็นนักชกที่มีแต่ค่ายดังต้องการตัว แต่เขากลับตัดสินใจ ทิ้งชื่อเสียงเงินทอง เพื่อทำตามความฝันในการเป็น นักมวยสากลทีมชาติไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาใฝ่ฝัน มาตั้งแต่เด็กว่าอยากจะมี ธงชาติไทยติดอยู่ที่อกเสื้อ

จึงเบนเข็มมาชก มวยสากล โดยลงแข่งครั้งแรกในศึก “ไทยแลนด์โอเพ่น อินเตอร์เนชั่นแนล บ๊อกซิ่ง ทัวร์นาเมนต์ 2019 ครั้งที่ 2” ในปี 2562 และคว้าชัยชนะไปได้อย่างสวยงาม แต่ด้วยประสบการณ์การชกมวย ที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับ นักชกคนอื่นๆในทีมทำให้ ฤทธิ์เทวดา มีโปรแกรมการชกน้อย

ประกอบกับรายรับ ไม่เพียงพอกับภาระค่าใช้จ่าย เขาจึงตัดสินใจ อำลาทีมชาติไทย หันกลับมาชกมวยไทยอีกครั้ง หลังจากรับใช้ชาติอยู่ 2 ปี ฝีมือของ ฤทธิ์เทวดา ไปเข้าตาของค่ายใหญ่ หลายๆค่ายซึ่งพยายาม ทาบทามเขาเข้าสังกัด แต่เขาก็ยังไม่ตกลง กับค่ายใดจนกระทั่ง ฤทธิ์เทวดา

ตัดสินใจไปซบอกค่าย “เพชรยินดีอะคาเดมี” โดยให้เหตุผลว่าเขา ต้องการความก้าวหน้าในชีวิต ซึ่งค่ายเพชรยินดี ก็เป็นค่ายมวยมาตรฐาน ที่ส่งนักชกไปโชว์ผลงาน บนเวทีระดับโลกอย่าง ONE มาแล้วหลายคน ฤทธิ์เทวดา จึงหวังว่าเขาจะรับได้โอกาส ในการก้าวขึ้นเป็น นักมวยระดับโลก นักมวยไทยระดับซูเปอร์สตาร์ ด้วยเช่นเดียวกัน

ฤทธิ์เทวดา สิทธิกุล

“ฤทธิ์เทวดา เพชรยินดีอะคาเดมี” นักมวยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยฝีมือ และชั้นเชิงมวยเก่งรอบด้าน

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับเลยว่า ฝีมือการชกของเขาเก่งจริงนั้นก็คือ ฤทธิ์เทวดา นักมวยไทย โดยเขาขึ้นชื่อว่าเป็นมวยซ้าย ที่มีเทคนิคชั้นสูง มีความคล่องแคล่วว่องไว รวดเร็ว เชิงมวยดี แถมสายตายังเป็นเลิศ นักมวยไทยระดับซูเปอร์สตาร์ สิ่งสำคัญเลยก็คือเขายังเคยขึ้นชก กับนักมวยแถวหน้าของประเทศมาแล้ว

ไม่ว่าจะเป็น พงษ์ศิริ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม, ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9, ปกรณ์ พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม, แสงมณี, ยอดพนมรุ้ง จิตรเมืองนนท์, ยอดวิชา รวมทั้งชกคิกบ็อกซิ่ง ในฐานะนักกีฬามวยสากลสมัครเล่น ทีมชาติไทยอีกด้วย

ข่าวสารน่าสนใจเพิ่มเติม : เว็บดูบอลสดฟรี