มูฮัมหมัด อาลี ตำนานมวยโลก ผู้เป็นนักชกที่ยิ่งใหญ่ และยังเป็นประกายไฟแห่งการต่อสู้

มูฮัมหมัด อาลี นักชกผู้เป็นตำนานมวยโลก และมีท่ามวยที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

มูฮัมหมัด อาลี นักชกรุ่นเฮฟวีเวต ที่ได้ถูกยกย่องว่าเป็น นักมวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ด้วยสไตล์การชกแบบ Out-boxer หรือ นักชกวงนอก ที่มีความรวดเร็วในระดับเดียว กับนักชกรุ่นไลต์เวต แต่เขากลับมีพลังหมัด ในระดับรุ่นเฮฟวีเวต ที่ซึ่งไม่มีใครสามารถ เลียนแบบเขาได้เลย เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า

“แคสเซียส มาร์เซลลัส เคลย์ จูเนียร์” หรือที่เรารู้จักกันดี ในชื่อของ “มูฮัมหมัด อาลี” ที่เป็นหนึ่งในนักมวย ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล เนื่องจากด้วยลีลาการชก ของเขาถูกบรรดา แฟนๆมวยทั่วโลกนิยามว่า “โบยบินเหมือนผีเสื้อ แต่ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง” เพราะว่าด้วยสไตล์การชก ที่ไม่เหมือนใคร

จึงทำให้เขาพิชิตแชมป์ ในรุ่นเฮฟวีเวตได้ถึง 3 สถาบัน ไม่ว่าจะทั้ง WBA​, WBC และ NABF อีกทั้งเขายังสามารถ ชกป้องกันตำแหน่งได้ถึง 10 ครั้ง และจุดเด่นการชก ของเขานั้นคือการ รักษาระยะห่าง ใช้ความเร็ว และคว่ำฝ่ายตรงข้าม ด้วยเทคนิค มีคือทักษะในการ ย่างเท้าเพื่อรักษาระยะ

และใช้ช่วงแขนที่ เรียวยาวสำหรับ การปล่อยหมัดแย็บ ที่สุดแสนจะว่องไว ซึ่งบ่อยครั้งนั้น เราจึงอาจจะเห็นภาพที่นักชก Out-boxer กระหน่ำหมัดใส่คู่ต่อสู้ จนอีกฝ่ายไม่สามารถ ตอบโต้ได้แต่สิ่งที่ ต้องแลกมาก็คือ พลังหมัดที่เบาลง ชัยชนะของนักชก วงนอกที่เรามักจะเห็น กันคือการชนะคะแนน

มากกว่าการชนะน็อก แต่ไม่ใช่สำหรับ อาลี เพราะว่าสถิติการชก ของอาลีช่างดูไม่เหมือนนักชก Out-boxer เอาเสียเลย เพราะเขาขึ้นชกทั้งหมด 61 ครั้ง ชนะ 56 และชนะน็อกไปถึง 37 ครั้ง นี่ควรจะเป็นสถิติ ของนักชก In-fighter หรือที่เรียกว่า สไตล์การชกที่เน้น ในพลังการทำลายล้าง ของการปล่อยหมัด ในระยะประชิด ชัดๆ ชูการ์ เรย์ โรบินสัน

มูฮัมหมัด อาลี

ทำไม มูฮัมหมัด อาลี จึงเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ ถึงแม้ว่าไม่ได้ตั้งการ์ด ?

ในกีฬามวยสากลนั้น การตั้งการ์ดเรียกว่า เป็นเบสิกขั้นแรก ที่จะทำให้หน้าของคุณ ไม่ต้องรับกับแรงหมัด ที่หนักเป็นร้อยๆปอนด์ ของคู่ต้อสู้โดยตรง และเมื่อไม่โดนชก คุณก็มีโอกาสที่จะไม่แพ้ และเมื่อคู่ต่อสู้ ต้องใช้แรงมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ชกหน้าคุณ เขาก็จะหมดแรงในตอนท้าย และเปิดโอกาส

ให้คุณสามารถ น็อคเอาต์ได้ด้วย และเมื่อยิ่งเป้าเล็ก ก็จะยิ่งชกลำบาก นี่คือเรื่องสำคัญ ที่ทำให้นักมวยทั่วโลก ให้ความสำคัญกับการ ตั้งการ์ดแบบ มวยสากล เป็นอย่างมาก ยกเว้น เพียงคนเดียวเท่านั้นคือ มูฮัมหมัด อาลี ชายผู้มองข้ามพื้นฐาน แต่กลับสามารถ ครองยุทธภพรุ่นเฮฟวี่เวต ได้แบบไร้ผู้ต่อกร

ทำไมเขาจึงชกแบบ ไม่ต้องตั้งการ์ดได้ และแถมยังเอาชนะได้ แทบทุกครั้งเราคงพูดได้ว่า อาลี คืออีกขั้นหนึ่งของ มวยบ็อกเซอร์ ด้วยเหตุผลเดียวเลย คือเขาไม่ตั้งการ์ด ซึ่งเป็นทีเด็ดของ มวยสไตล์นี้ ถึงแม้ว่าจะดูแปลก ที่เขาแทบจะไม่ยอมใช้การ์ดเลย แต่เรื่องนี้มีเหตุผลก็ เพราะว่าเขามีสิ่งที่ ดีกว่าการ์ดเป็นไหนๆ

และไม่มีใครจะทำ สิ่งนี้ได้ดีเท่ากับเขาอีกแล้ว และสิ่งที่ทำให้เขา เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ นั่นก็คือ “ฟุตเวิร์ก” ซึ่งสำหรับฟุตเวิร์กของ อาลี นั้นเรียกได้ว่าดีที่สุด เท่าที่โลกเคยมีมา เพราะว่าไม่มีใครอีกแล้ว ในรุ่นเฮฟวี่เวตที่จะ สามารถเต้นบน สังเวียนผ้าใบได้อย่างเขา เหตุผลง่ายนิดเดียว ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย นั่นคือการซ้อมหนัก และมีวินัยกับตัวเอง อย่างเคร่งครัดมาก ไม่ใช่แค่ตอนที่เขา เป็นนักมวยเท่านั้น อาลี เริ่มดูแลตัวเอง ตั้งแต่คิดได้ว่าเขา อยากที่จะฝึกชกมวยแล้ว

มูฮัมหมัด อาลี

กว่าจะมาเป็น อาลี นักชกผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขาผ่านอะไรมาบ้าง

เบื้องหลังของสไตล์ การชกที่แสนจะ แปลกประหลาดของอาลี ที่ไม่ได้มาจาก พรสวรรค์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เพราะวินัยใน ในการฝึกซ้อมอย่าง หนักหน่วงและสม่ำเสมอ จากการกระโดดเชือก ที่ไม่ต่ำกว่า 1 แสนครั้ง จึงได้กลั่นออกมาเป็นเขา Ali’s Shuffle แชมป์โลกไม่ได้ถูกสร้าง ในยิมหรือสถานที่ฝึกซ้อม

แต่เกิดขึ้นจาก บางสิ่งที่ซ่อนอยู่ ในตัวตนของพวกเขา มันประกอบด้วย ความปรารถนา ความฝัน และวิสัยทัศน์ นี่คือประโยคที่ อาลี อธิบายถึงตัวเอง ที่อยากจะเป็นแชมป์โลก และพยายามคว้ามันมาให้ได้ แถมเขายังมี ฟุตเวิร์กที่ไม่มีใคร สามารถลอกเลียนแบบได้ ด้วยกล้ามเนื้อสปริงขา ที่โบยบินในสังเวียน

ได้ราวกับผีเสื้อ และพลังหมัดที่ หนักหน่วงเหมือนกับ เหล็กในของผึ้ง จากความยอดเยี่ยมดังกล่าว จึงทำให้อาลี เป็นนักมวยเพียงคนเดียว ที่ได้รับฉายาว่า “The Greatest” ที่แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 60 ปี แล้วแต่ก็ยังไม่มี นักมวยคนไหนที่ สามารถเป็นแชมป์โลก ได้โดยแทบไม่ต้องอาศัย

การตั้งการ์ดเหมือนกับ อาลี เลยและยังไม่มีนักมวยคนใด ที่จะยิ่งใหญ่เกินหน้า เขาไปได้แม้แต่คนเดียว เขามีทั้งอัจฉริยะภาพ ในการรับรู้ และวินัยที่เป็นจุดเสริม เขี้ยวเล็บให้กับตัวเอง สิ่งที่เขาอธิบาย และแสดงออกบนเวที จึงดูเหมือนง่ายไปเสียหมด แต่การจะทำตามนั้น บอกเลยว่ายากจริงๆ ไม่อย่างนั้นเราคงจะได้เห็น นักมวยสไตล์นี้เกิด ขึ้นมากันบ้างแล้ว

นอกจากเป็นแชมป์โลก นักชกผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว อาลี ยังเป็นแชมป์เปี้ยนแห่งมนุษยธรรม

หลังจากที่ อาลี อำลาวงการมวย เขาก็ได้เดินสายไปทั่วโลก ทำงานด้านสาธารณะกุศล ไม่ว่าจะเป็นการ เรียกร้องสิทธิมนุษยชน รวมทั้งงานด้านกวี อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่ละแห่งที่เขาไป ก็จะมีแฟนๆรอต้อนรับอย่างล้นหลาม แม้กระทั่งดินแดนที่ คุกรุ่นไปด้วยไฟสงคราม อย่างเช่น การบินไปพบประธานาธิบดี

ซัดดัม ฮุสเซน ณ กรุงแบกแดด ในเดือนพ.ย.1990 ก่อนสงครามอ่าวจะระเบิดขึ้น เพื่อทำการเจรจา ช่วยเหลือตัวประกันชาวอเมริกัน 14 คน บินไปให้กำลังใจ ครอบครัวชาวเวียดนาม ที่สูญเสียลูกชาย ขนยาและเวชภัณฑ์ พร้อมเงินอีก 5 แสนดอลลาร์ เพื่อไปช่วยเหลือชาวคิวบา ทั้งที่สหรัฐกำลังใช้

มาตรการคว่ำบาตรคิวบา บางคนก็มองมูฮัมหมัด อาลี ไม่ต่างไปจากซูเปอร์แมนเลย ถึงขั้นเคยมีคนโทรศัพท์ ขอให้อาลีเดินทางไปหย่าศึก อาลีกล่าวว่า มีคนโทรมาขอให้ผม เดินทางไปอิรักและ ซาอุดิอารเบีย ไปยืนตรงกลาง ระหว่างกองทัพ ของทั้งสองประเทศ ที่เตรียมจะประจัญบานกันอยู่รอมร่อ พวกเขาต้องการให้ผมพูดว่า “นี่ผมมูฮัมหมัด อาลีนะครับ โปรดอย่ายิ่งกัน ดูสิพวกเขาเชื่อว่า ผมสามารถหยุดยั้งสงครามได้”

ข่าวสารมวยดีๆจาก : ดูบอล123 UFABET