มินิที แดเนียล หนุ่มนักสู้ ลูกครึ่งไทย-ออสซี นักชกผู้เปี่ยมไปด้วยเลือดนักสู้

มินิที แดเนียล นักชกหนุ่มจากออสเตรเลีย เกิดที่เชียงราย ผู้เปี่ยมไปด้วยเลือดนักสู้ 

มินิที แดเนียล “แดเนียล วิลเลียมส์” นักสู้หนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสซี่ คงจะเป็นชื่อที่คุ้นหู สำหรับแฟนกีฬาที่ติดตาม ONE ในฐานะนักสู้หัวใจแกร่ง ที่สามารถต่อกรกับแชมป์โลก ONE มวยไทยผู้ไร้เทียมทานอย่าง “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ชนิดไม่เกรงบารมีแชมป์ จนได้ใจแฟนมวยชาวไทยไปเต็มๆ

แดเนียล เกิดที่เมืองไทย แม่ของเขาอาศัยอยู่ที่ อ.พาน จ.เชียงราย พ่อของ แดเนียล ทำงานเหมืองแร่ อยู่ที่ออสเตรเลีย จึงจำเป็นต้องเดินทางแบบ มาๆไปๆระหว่างสองประเทศ เขามีพี่ชาย 1 คนอายุห่างกัน 3 ปี แดเนียล ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่นาน แม่ก็พาย้ายไปอยู่ออสเตรเลีย ตอนอายุ 8 เดือน

แน่นอนว่า แดเนียล ยังจำความอะไรไม่ได้ เมื่อโตขึ้นเขาไม่ได้สนใจ ที่จะเรียนภาษาไทยนัก จึงทำให้เขาใช้ภาษาพ่อเป็นหลัก และพูดภาษาแม่ได้เพียงเล็กน้อย ขณะที่พี่ชายเขา พูดภาษาไทยได้มากกว่า แดเนียล มีโอกาสกลับมาเยี่ยมครอบครัว ที่เมืองไทยราว 2-3 ปีครั้ง ตอนอายุ 4-5 ขวบเขามาเมืองไทยหนึ่งเดือน

แม้จะไม่นานแต่ก็พอทำให้ แดเนียล จำความสนุกสนานในงานวัด และการร้องรำทำเพลง แบบไทยๆได้บ้าง อีกทั้งยังเอ่ยถึงลุง ที่เป็นอดีตนักมวยนามว่า “ฟ้าทมิฬ ศิษย์ลบลอย” ซึ่งเขาเรียก ลุงพล เขายอมรับว่าเขากลัว ลุงพล คนนี้ขึ้นสมอง แต่ก็ได้ยินเรื่องราว ความเก่งของลุงในการชกมวย ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้เด็ก 4-5 ขวบ ลูกครึ่งไทย-ออสซี่ ได้รู้จักคำว่า มวยไทย ก่อนที่มันจะกลายมาเป็น ชีวิตจิตใจเขาจนทุกวันนี้

มินิที แดเนียล

เส้นทางสู่การเป็นนักมวยของ มินิที แดเนียล สนใจในศิลปะการต่อสู้

ในสมัยก่อน มวยไทย ในออสเตรเลีย ยังถือเป็นเรื่องใหม่ ยังไม่ค่อยมีคน ให้ความสนใจมากนัก การจะหาที่เรียนมวยไทย จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แดเนียล ซึ่งชอบเล่นการต่อสู้ ตามประสาเด็กผู้ชาย และมี “บรูซ ลี” เป็นขวัญใจ จึงเริ่มเรียนเทควันโด และคาราเต้ ตอนอายุราว 6-7 ขวบ

เมื่อได้กลับมาเมืองไทย อีกครั้งตอนอายุ 7 ขวบ แดเนียล จำได้แม่นยำว่า เขาได้สวมกางเกงมวย ไปดูมวยที่งานวัด ซึ่งจัดอย่างยิ่งใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วย ความตื่นตาตื่นใจ มีเสียงคนเชียร์ เฮ ดังกึกก้อง ระหว่างที่เล่าไปสายตาของ แดเนียล ก็เป็นประกาย เขาบอกว่ามันสนุก จนแทบจะละสายตาไม่ได้เลย

และสามปีให้หลัง โชคดีที่มีโค้ชชาวออสซี่ มาเปิดสอนมวยไทย ในย่านที่เขาอาศัย ในเมืองเพิร์ท แดเนียล กับพี่ชาย จึงจูงมือกันไปเรียน สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละชั่วโมงครึ่ง และได้ลองขึ้น ชกมวยไทย สมัครเล่นครั้งแรก แต่ยังสวมเฮดการ์ด สนับแข้ง สนับศอกอยู่ ตอนอายุ 15 ปี แม้เขาจะชนะคะแนน ในไฟต์นั้น

แต่เจ้าตัวยอมรับว่า การฝึกซ้อมและ เทคนิคยังไม่ค่อยดีนัก การแข่งขันชกมวยไทย มีจัดไม่บ่อยในออสเตรเลีย ปีหนึ่งแดเนียล ได้แข่งสักสองครั้ง ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ดังนั้นการสั่งสม ประสบการณ์บนสังเวียน จึงทำได้อย่าง ค่อยเป็นค่อยไป และความรักใน มวยไทย ก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ

หลังเรียนจบมัธยมปลาย แดเนียล ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย พร้อมๆกับทำงาน พาร์ตไทม์รับจ้าง เป็นพนักงานเช็ดกระจก เพื่อเก็บเล็กผสมน้อย โดยมีเป้าหมาย ที่จะมาเรียนมวยที่ ประเทศไทย

“มินิที” จากการคว้าแชมป์มวยไทย สู่เส้นทางของการต่อสู้แบบ MMA

มินิที แดเนียล

แดเนียล เริ่มชก มวยไทยอาชีพ เมื่ออายุ 16 และประสบความสำเร็จ จากหลายเวทีการแข่งขัน จนกระทั่งเขาสามารถ คว้าแชมป์มวยไทย WMC ในปี 2558 โดยเป็นฝ่าย ปราบคู่แข่งนักมวย ชาวไทยไปได้เสียด้วย หลังจากประสบความสำเร็จ ในสังเวียนมวยไทย แดเนียล ก็เปิดโอกาสใหม่

ในการเปลี่ยนสาย ไปต่อยอดความรู้และ สั่งสมประสบการณ์ ในกีฬาการต่อสู้แบบ ผสมผสานในเวทีใหญ่ ของออสเตรเลีย แดเนียล ได้รับโอกาสครั้งสำคัญ ให้เผชิญหน้ากับ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” แชมป์โลก ONE รุ่นฟลายเวต ในศึก ONE on TNT I ที่ยิงสัญญาณสดไปทั่วสหรัฐอเมริกา

เมื่อเดือนเมษายน 2564 แม้จะเป็นมวยขัดตาทัพแต่ แดเนียล ก็ตอบรับโอกาสอย่างไม่ลังเล และแม้จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป แต่ด้วยหัวใจนักสู้ที่ ไม่เกรงบารมีแชมป์โล กและยังสามารถตอบโต้ ได้อย่างถึงลูกถึงคนจนครบยก ทำให้เขาได้ใจคนดูไปเต็มๆ โดยไฟต์นั้น ยังได้รับรางวัลคู่ดุเดือดแห่งปี 2564 อีกด้วย

นักชกฝีมือดีมากความสามารถ ที่ไม่เก่งแค่มวยไทย หรือการต่อสู้แบบ MMA เท่านั้น

นอกจากมวยไทยแล้ว แดเนียล ยังมีวิชาเทควันโด และคาราเต้ เป็นพื้นฐานตั้งแต่วัยเด็ก หลังจากที่เจ้าตัว คลุกลีอยู่ในวงการการต่อสู้ แดเนียล จึงผันตัวไปสนใจ กีฬาอื่นอย่าง คิกบ็อกซิ่ง หรือแม้แต่การ ต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ซึ่งต้องใช้ทักษะ ความสามารถในด้าน ยืนสู้และนอนสู้ ผนวกเข้าด้วยกัน

เรียกว่า ต้องเก่งรอบด้าน แดเนียล ประสบความสำเร็จ สูงสุดในวงการมวยไทย เป็นถึงแชมป์ WMC มวยไทย และในช่วง 2-3 ปีหลังที่ผ่านมา เขาหันทุ่มเทฝึกฝน และลงแข่งขัน เก็บประสบการณ์ ในกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน ระดับอาชีพมาแล้ว 4 ไฟต์ จึงอาจจะห่างหาย จากเวทีมวยไทยไปบ้าง

อย่างไรก็ตาม การต้องกลับมาเปิดศึก กับแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต อย่าง รถถัง ในกติกามวยไทย 3 ยก นวมเล็ก จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เขาคุ้นเคยกับมวยไทย และนวมเปิดนิ้ว 4 ออนซ์ เป็นอย่างดี ที่สำคัญการชกกับ รถถัง ถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น และท้าทายตัวเองที่สุดเท่าที่ แดเนียล เคยผ่านมา

ข่าวสารน่าสนใจเพิ่มเติม : อนิเมะ แทงบอลออนไลน์