มารัต กริกอเรียน ยอดนักชกคิกบ็อกซิ่ง หนึ่งในนักชกคิกบ็อกซิ่งที่เก่งกาจที่สุด


มารัต กริกอเรียน นักชกคิกบ็อกซิ่งจอมโหด แชมป์โลกคิกบ็อกซิ่ง 5 สมัย ในสังกัด “วัน แชมเปียนชิพ”

มารัต กริกอเรียน นักชกซุปเปอร์สตาร์ ชาวอาร์เมเนีย-เบลเยียม ที่มีชื่อเสียงในฐานะ แชมป์โลกหลายรายการ “มารัต กริกอเรียน” เกิดที่เมืองทาลิน ซึ่งเป็นเมืองเกษตรกรรม ของประเทศอาร์เมเนีย พ่อของเขาทำงานเป็นพ่อครัว ส่วนแม่เป็นช่างทำผม มารัต เติบโตมากับพี่สาวสามคน ด้วยความเป็นน้องคนสุดท้อง มารัต จึงได้รับการประคบประหงมจากพี่ๆ และมีชีวิตที่เต็มไปด้วย ความสนุกสนานและอบอุ่น ชีวิตของ มารัต ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

พ่อแม่ของเขาพาลูกๆ ย้ายจากอาร์เมเนีย ไปอยู่เยอรมนีเมื่อตอนเขาอายุเพียง 3 ขวบ เพื่อหวังให้ลูกๆ ได้มีอนาคตที่ดีกว่า แต่สุดท้าย 3 ปีให้หลังพวกเขา ก็ถูกส่งกลับมายังบ้านเกิด แม้ดูเหมือนชีวิตพวกเขา จะเดินถอยหลัง แต่พ่อแม่ก็ไม่ละทิ้งความพยายาม พวกเขาทำงานหนักและเก็บออม

จนกระทั่งได้ย้ายไปอยู่ ในดินแดนแห่งใหม ที่เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม ซึ่งพ่อแม่ต้องทำงานหนัก รับจ๊อบ 5-6 งานต่อวัน บางครั้งพวกเขาก็มีแค่ ชากับขนมปังรองท้อง แต่ข้อดีคือ มารัต ได้โอกาสทางด้านการศึกษาที่ดี ในช่วงแรก มารัตน้อย ยังต้องรับมือกับ สภาพแวดล้อมใหม่ๆหลายอย่าง

โดยเฉพาะเรื่องที่เขา พูดภาษาเบลเยียมไม่ได้ ทำให้เขาไม่ค่อยมีเพื่อน และต้องเล่นอยู่กับพี่สาว ที่เริ่มจะสนใจไปคนละเรื่อง พ่อของ มารัต ซึ่งเห็นว่าเขาชื่นชอบภาพยนตร์บู๊ ที่มี “บรูซ ลี” และ “เฉินหลง” แสดงนำ จึงพาเขาไปฝึกวิชากังฟู ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น คิกบ็อกซิ่ง มารัต เริ่มโฟกัสในการฝึกฝน

หลังจากที่เห็นเพื่อน ในยิมได้ลงแข่งขัน เขาปักธงให้ตัวเอง จนกระทั่งเขาเก่งพอ ที่จะได้ขึ้นเวทีครั้งแรก เมื่ออายุราว 12 ปี การได้อยู่กับเพื่อนๆ ที่สนใจในสิ่งเดียวกัน บวกกับชัยชนะในครั้งแรกนั้นทำให้ มารัต ไม่คิดจะสนใจเรื่องอื่นอีกเลย แถมยังวาดฝันว่า จะเป็นแชมป์โลก K-1 ให้ได้

มารัต กริกอเรียน

มารัต กริกอเรียน กับการคว้าแชมป์ K-1 ได้ตามที่เขาเคยฝันไว้!

ถึงแม้ว่า มารัต จะมีความฝันอันยิ่งใหญ่ แต่ความสำเร็จกลับไม่ทันใจ สุดท้ายเขาก็ได้พบกับ อุปสรรคในการหาคู่ชกในท้องถิ่น จนเขาเกือบที่จะ เลิกล้มความตั้งใจที่จะไปต่อ ทั้งๆที่เขายังไม่ทัน ได้ใช้ศักยภาพของตัวเอง อย่างเต็มที่ด้วยซ้ำ มารัต ตัดสินใจเสี่ยงดวงครั้งสุดท้าย

โดยข้ามพรมแดน ไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ และร่วมฝึกซ้อมกับเฮเมอร์สยิม โดยคิดว่านี่คือสิ่งที่ สุดท้ายที่เขาจะลองดู ถ้ายังไม่เวิร์กอีกเขา ก็จำต้องล้มเลิก และหันไปหางานอื่นทำ ขณะนั้น มารัต อายุ 24 ปี ยังไม่มีอะไรที่ เป็นชิ้นเป็นอันเลยในชีวิต แต่กลับเหมือนฟ้ามีตา สองสัปดาห์หลังจากนั้น

ด้วยคอนเนกชั่นของยิม จึงมีคนสนใจให้เขา ไปชกที่จีน มารัต รับชกทุกไฟต์ และได้ชกเคลื่อนไหว 2-3 ไฟต์ต่อเดือน จะหยุดพักก็เฉพาะช่วงที่บาดเจ็บ และในที่สุดเขาก็ได้ลงแข่ง K-1 สมใจ ซึ่งเขาแทบจะไม่เชื่อ ในสิ่งที่เกิดขึ้น ในปี 2558 มารัต ได้บรรลุความฝันในการคว้าแชมป์ K-1 เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ทัวร์นาเมนต์

หลังจากน็อกคู่แข่ง 3 คนในคืนเดียวกัน ซึ่งความสำเร็จนั้นยังไม่สามารถ หยุดความกระหายของเขได้า จากนั้นในปี 2561 มารัต เข้าร่วมการแข่งขัน คุนหลุนไฟต์ รอบชิงชนะเลิศ และสามารถเอาชนะ ซุปเปอร์บอน ได้โดยการน็อกเอาต์ ด้วยเวลาเพียงแค่ 29 วินาที และในปีต่อมา มารัต ก็สามารถกระชากเข็มขัดแชมป์โลกกลอรี รุ่นไลต์เวต ด้วยการเอาชนะคู่ปรับ ตลอดกาลไปได้อย่าง “Killer Kid” สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง หลังจากที่ต่อสู้กันมารวมถึง 5 ครั้ง

มารัต กริกอเรียน

แชมป์คิกบ็อกซิ่ง ผู้กวาดเข็มขัดมาแล้วนับไม่ถ้วน TKO คู่ต่อสู้ในรายการ “วัน แชมเปียนชิพ”

วัน แชมเปียนชิพ องค์กรศิลปะการต่อสู้ ที่ใหญ่ระดับประเทศ ศึกการต่อสู้ ซึ่งจัดขึ้นที่สิงคโปร์อินดอร์สเตเดียม ประเทศสิงคโปร์ ในรายการ ONE: BIG BANG ถือเป็นการกลับคืนสู่สังเวียนของ “มารัต กริกอเรียน” หลังจากร้างไปร่วมปี และเป็นการขึ้นสู่เวที วัน แชมเปียนชิพ เป็นครั้งแรก ที่เป็นการปรากฏตัวครั้งแรก ของมารัต เขาจะได้เจอกับ ข้าศึกรายใหม่ชาวรัสเซีย “อีวาน คอนดราเทฟ” ที่เดินทางมาประเดิมศึก ในครั้งแรกเช่นเดียวกัน

ในยกแรก อีวาน จากรัสเซีย แทงหมัดตัดลำตัว คู่ต่อสู้ ในขณะที่รุ่นน้องรอสวนหมัดแและดักเตะพับใน แต่ทาง มารัต ก็พลาดในยกแรก จนถูกกรรมการนับไปก่อน เข้าสู่ยกที่สอง มารัต เปิดเกมทวงคืน ด้วยการไล่ถลุงอีวาน จนอีกฝ่ายลุกไม่ขึ้น และกลายเป็นฝ่ายที่ สามารถปิดเกมได้ในนาทีที่ 1.52 ของยกที่สอง

โดยกรรมการชูมือให้เป็นผู้ชนะในที่สุด “มารัต กริกอเรียน” ให้สัมภาษณ์ว่า ในยกแรก เขาออกตัวช้าจนเกือบพลาด ดังนั้นในยกที่สอง เมื่อเห็นคู่แข่งไม่ปิดป้องลำตัว จึงอาศัยจังหวะทำผลงาน ดีใจที่ได้กลับมาสู่สังเวียนอีกครั้ง และภูมิใจกับการเปิดตัวครั้งแรกใน วัน แชมเปียนชิพ

มารัต กริกอเรียน

“ผมอาจจะไม่ได้คุ้นหน้าคุ้นตา อีวาน สักเท่าไหร่ แต่ด้วยประสบการณ์ส่วนตัว มวยรัสเซียอันตรายทุกคนครับ สไตล์ของนักมวยบ้านเขา มีอาวุธหมัดหนักธรรมชาติ และมีลูกที่คาดไม่ถึงเยอะ เช่น ลูกกลับหลังเตะฟาดหาง และมีสิทธิ์ทำได้ถึงน็อก แต่การร้างเวทีไปนานย่อมมีผล หากเขาฟิตกลับมาไม่ทัน หรือช้าลง ก็มีสิทธิ์เสร็จมวยรัสเซีย รายนี้ได้เหมือนกันครับ”

“มีนักชกชั้นยอดมากมายใน ONE และนั่นคือแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ของผม ที่จะพิสูจน์ตัวเองให้คนทั้งโลกได้เห็น แน่นอนว่าผมอยากได้เข็มขัด และผมก็อยากเผชิญหน้า กับคนที่เก่งที่สุดของที่นี่ ผมพร้อมชนทุกคน และผมจะทำให้ทุกคนจดจำผมให้ได้”

ส่วนทาง อีวาน ได้เผยว่า “ผมกับ มารัต เคยเจอกันทั้งหมด 5 ครั้ง ผมชนะ 4 ครั้งด้วยคะแนนเอกฉันท์ และครั้งสุดท้ายผมแพ้ ซึ่งตอนนั้นผมเป็นเบอร์หนึ่ง เขาเป็นเบอร์สอง เราทั้งคู่ผ่านทุกเบอร์มาหมดแล้ว จึงเป็นไฟต์บังคับให้เราต้องเจอกัน และเป็นผมที่พลาดเสียแชมป์ให้เขาไปครับ

เขาเป็นนักชกที่แข็งแกร่ง ยอมรับว่ารับมือด้วย เรียกว่ายากที่สุด ในชีวิตนักมวยของผมเลย แรกๆเขามีแค่หมัด แต่ช่วงหลังๆ เขาพัฒนาขึ้นเยอะมาก มีลูกเสริมทั้งเตะก้านคอ และแทงเข่า ที่สำคัญคือ คางเขาแข็งสุดๆ แต่ก็ยังมีจุดอ่อนตรงช่วงลำตัว โดยเฉพาะบริเวณท้อง ถ้าโดนก็มีสะดุ้งเหมือนกันครับ”

ข่าวสารเพิ่มเติม : อัลมา ยูนิคู มังงะ แทงบอลโลก