มวยไทยแต่ละสมัย ทำความรู้จักกับมวยไทย ในแต่ละยุคของประเทศไทย


มวยไทยแต่ละสมัย ทำความรู้จักกับมวยไทย เรียนรู้กีฬาพื้นบ้าน ที่ดังไปทั่วโลก

มวยไทยแต่ละสมัย มวยไทยนั้น เรียกได้ว่าเป็น ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ของผู้คนชนชาติไทย มาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ซึ่งในสมัยก่อนนั้น มวยไทย จะถูกเรียกว่า ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 เพราะเนื่องจากว่า มีการต่อสู้โดยใช้ อาวุธบนร่างกายทั้ง 9 อย่าง เช่น หมัด2, เข่า2, เท้า2, และ หัว1 นั่นเองแต่ในปัจจุบันนี้ กติกามวยไทย ได้มีการตัดการ ใช้เอาหัวโขกออกไป จึงได้กลายเป็น ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 แทน และมวยไทยนั้น ก็ได้สืบทอดมาจาก มวยโบราณซึ่งจะมีการ

แบ่งออกเป็นแต่ละสาย ตามท้องที่ต่างๆ โดยที่จะมีสายสำคัญ หลักๆเลยนั่นก็คือ มวยท่าเสา (ภาคเหนือ) มวยโคราช (ภาคอีสาน) มวยไชยา (ภาคใต้) มวยลพบุรีและมวยพระนคร (ภาคกลาง) และยังได้มีคำกล่าวเอาไว้ว่า “หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา ไวกว่าท่าเสา” และในสมัยโบราณ

ก็จะมีสำนักเรียน แต่สะนักเรียนจะมีความ แตกต่างจาก ค่ายมวย นั่นก็คือในสำนักเรียน ก็จะมีเจ้าสำนัก หรือ ครูมวยนั่นเอง ซึ่งฝีมือและชื่อเสียง จะเป็นที่เคารพรู้จัก มีความประสงค์ที่ จะถ่ายทอดวิชา ไม่ให้สูญหายไป โดยที่จะมุ่งเน้นไปยัง การถ่ายทอดให้เฉพาะ ศิษย์ที่มีความเหมาะสม รู้จักมวยสากล

เรียนรู้กับ มวยไทยแต่ละสมัย นั้นมีความเป็นมาอย่างไรบ้าง

เริ่มจากมวยไทย ในสมัยรัตนโกสินทร์ ตอนต้นเป็นยุคที่นับว่า เฟื่องฟูที่สุดในรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้มีการฝึกฝน การชกมวยไทย และโปรดให้มีการ จัดการแข่งขันชกมวย หน้าพระที่นั่งโดยที่จะ คัดเลือกนักมวย ที่มีฝีมือดีจากภาคต่างๆ มาประลองแข่งขันกัน และได้พระราชทาน แต่งตั้งให้มีบรรดาศักดิ์ อีกทั้งัยงได้โปรดให้ กรมศึกษาธิการ บรรจุการสอนมวยไทย เป็นวิชาบังคับ ในโรงเรียนฝึกหัดครูพลศึกษา มีการชกมวยถวาย หน้าพระที่นั่งเป็นประจำ

จนมาถึงสมัย รัชกาลที่ 6 ที่วังสวนกุหลาบ ทั้งการต่อสู้ประลอง ระหว่างนักมวย กับครูมวยชาวไทยด้วยกัน และการต่อสู้ระหว่างนักมวย กับครูมวยต่างชาติ ในการแข่งขันชกมวย ในสมัยรัชกาลที่ 6 ระหว่างมวยเลี่ยะผะ หรือกังฟูนั่นเอง ชาวจีนโพ้นทะเล ชื่อนายจี่ฉ่าง กับ นายยัง หาญทะเล

ศิษย์เอกของ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีท่าจรดมวยแบบมวยโคราช ซึ่งเน้นการยืดตัวตั้ง ตระหง่านพร้อมที่จะรุก และรับโดยเน้นการใช้เท้า และหมัดเหวี่ยง และต่อมาได้เป็นแบบอย่าง ในการฝึกหัดมวยไทย ในสถาบันพลศึกษาส่วนใหญ่ สมัยรัชกาลที่ 7 ในยุคแรกการแข่งขันมวยไทย

ใช้การพันมือด้วยเชือก จนกระทั่งนายแพ เลี้ยงประเสริฐ นักมวยจากท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อยนายเจียร์ นักมวยเขมร ด้วยหมัดเหวี่ยงควาย จนถึงแก่ความตาย จึงได้มีการปรับเปลี่ยน มาเป็นสวมนวมแทน ต่อมาเริ่มมีการกำหนด กติกาในการชก และมีเวทีมาตรฐาน ขึ้นแห่งแรกคือเวทีมวยลุมพินี และเวทีมวยราชดำเนิน จัดแข่งขันมวยไทย มาจนถึงปัจจุบัน

มวยไทยแต่ละสมัย

ความเป็นมาของ มวยไทยในสมัยกรุงสุโขทัย

ในสมัยกรุงสุโขทัย มวยไทยนั้นถือได้ว่า เป็นศาสาตร์ชั้นสูง ที่ได้ถูกบรรจุเอาไว้ ในหลักสูตรการศึกษา ของกษัตริย์เพื่อฝึก ให้กษัตริย์เป็นนักรบ ที่มีความกล้าหาญ มีสมรรถร่างกาย ที่ดีเยี่ยมดังความ ที่ได้ปรากฏตาม พงศาวดารว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์

ทรงส่งเจ้าชายร่วงโอรส องค์ที่สองไปฝึกมวยไทย ที่สำนักสมอคอน แขวงเมืองลพบุรี หรือการที่พ่อขุนรามคำแหง ทรงนิพนธ์ตำหรับพิชัยสงคราม โดยมีข้อความบางตอน ได้กล่าวไว้ถึงมวยไทย และการใช้อาวุธอย่าง ดาบ มีด โล่ หอก ธนู นั่นเอง

มวยไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา เริ่มมาอย่างไร

มวยไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา เริ่มมากเมื่อประมาณ พ.ศ.1988-2310 รวมระยะเวลาเป็น 417 ปีซึ่งในระหว่างนั้น บ้างก็มีศึกกับประเทศใกล้เคียง ทำให้เหล่าชายฉกรรจ์ ในสมัยกรุงศรีจึงต้อง ฝึกฝนความชำนาญ ในการต่อสู้ด้วยอาวุธ และศิลปะป้องกันตัวด้วยมือเปล่า หรือมวยไทยนั่นเอง ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น

พระมหากษัตริย์ ได้ทรงโปรดให้มี กรมมวยหลวงขึ้นโดย ให้คัดเลือกเอาชายฉกรรจ์ ที่มีฝีมือในการชกมวยไทย เข้าต่อสู้กันหน้าพระที่นั่ง แล้วคัดเลือกผู้ที่มี ฝีมือเลิศไว้เป็นทหารสนิท และทหารรักษาพระองค์ หรือที่เรียกว่า ทหารเลือกสังกัดกรมมวยหลวง ที่จะมีหน้าที่รักษาความปลอดภัย ภายในพระราชวัง

หรือตามเสด็จในงานต่างๆ รวมถึงเป็นครูฝึกมวยไทย ให้ทหารและพระราชโอรส และในประวัติศาสตร์ ถ้าใครได้ศึกษาหาอ่าน ก็จะรู้ว่า สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 พระมหากษัตริย์องค์ที่ 29 แห่งกรุงศรีอยุธยา หรือ พระเจ้าเสือ พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ โปรดปรานการชกมวยมาก ทรงคิดท่าแม่ไม้มวยไทย ขึ้นมาเป็นแบบฉบับเฉพาะพระองค์ เรียกว่า มวยไทยตำรับพระเจ้าเสือ และได้รับการถ่ายทอด มาเป็นตำรามวยไทย ให้แก่คนรุ่นหลัง มาจนถึงทุกวันนี้

จากศิลปะการต่อสู้ของไทย กลายมาเป็นกีฬาประจำชาติของประเทศไทย

ในส่วนของ ค่ายมวย นั้นจะเป็นที่รวม ของผู้ที่ชื่นชอบ ในการชกมวยมีจุดประสงค์ ที่จะแลกเปลี่ยนวิชา ความรู้เพื่อที่จะ นำไปใช้ในการแข่งขัน ในปัจจุบันนี้ มวยไทยได้ปรับเปลี่ยน มาเป็นการกีฬา สำหรับมวยไทยแล้ว ปัจจุบันนี้ก็ได้ มีการกำหนดกติกาต่างๆ เอาไว้อย่างชัดเจน อย่างนักมวยจะต้อง สวมนวมและ

แต่งกายแบบนักกีฬามวย คือการสมกางเกงขาสั้น สวมกระจับ ส่วนผู้ใดจะสวม ปลอกรัดข้อเท้า และจะมีเครื่องราง ของขลังผูกเอาไว้ ที่แขนท่อนบนก็ได้ ในการแข่งขันก็จะมี ผู้ตัดสินชี้ขาดบนเวที 1 คน และมีผู้ตัดสินคะแนน อยู่ข้างเวทีจำนวน 2 คน มีผู้จับเวลา และมีแพทย์ประจำเวที สำหรับจำนวนยกใน การแข่งขัน

ทั้งหมดนั้นมี 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที และการแข่งขันก็จะแบ่ง เป็นรุ่นตามน้ำหนักตัว ของนักมวยเหมือนกับ หลักเกณฑ์ของมวยสากล ผู้ตัดสินจะมีอำนาจ หน้าที่ตามกติกาการแข่งขัน อวัยวะที่ใช้ในการ ต่อสู้แข่งขันได้ก็คือ หมัด เท้า เข่า และศอกเข้าชก เตะ ถีบ ทุบ ถอง ตี ฯลฯ ได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยไม่จำกัดที่ชก โดยมวยไทย ถือเป็นกีฬาเพื่อการแข่งขัน ไปแล้วสำหรับในปัจจุบัน

อ่านบทความมวยเพิ่มเติม >> รู้จักมวยสากล

ขอบคุณเว็บไซต์ที่สนับสนุน : ดูอนิเมะออนไลน์ , UFABET