พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ สุดยอดนักมวย 3 พ.ศ. หนึ่งเดียวของประเทศไทย


พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ หนึ่งใน นักมวยไทย ชั้นแนวหน้าที่เรียกกันว่าเป็น สุดยอดนักมวย 3 พ.ศ.

พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ หรือ คล้าว ชื่อจริงว่า เทวัญ แสงเงิน หนึ่งในนักชกที่ ประสบความสำเร็จสูงสุด ในฐานะยอดมวย 3 พ.ศ. ที่เป็นเจ้าของรางวัลอันสูงส่ง ซึ่งเป็นที่หมายปองของ นักกีฬามวยไทย ทุกคนนั่นก็คือ “นักมวยไทยยอดเยี่ยม” ของสมาคมผู้สื่อข่าว กีฬาแห่งประเทศไทย 3 ปีซ้อน ตั้งแต่พ.ศ.2556 – 2558 โดยรับรางวัลเป็น ถ้วยพระราชทานของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อันเป็นพระราชอิสริยยศในสมัยนั้น ตั้งแต่วัยเพียง 17 ปี

ซึ่งรางวัลนี้ กว่าจะได้มานั้นต้องผ่าน การคัดกรองอย่างพิถีพิถัน ต้องมีคุณสมบัติเป็น นักมวยไทยอาชีพ ที่มีฟอร์มการชกดีเยี่ยม ต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมถึงมีความประพฤติดี ไม่เป็นที่เสื่อมเสีย และสามารถเป็นแบบอย่าง ให้กับบุคคลในสังคมได้ นอกจากการเป็น นักมวยไทย คนแรกและคนเดียว

ที่ได้รับรางวัลนี้ถึง 3 ครั้ง พันธ์พยัคฆ์ ยังสามารถคว้าแชมป์จาก สนามมวยเวทีราชดำเนิน รุ่น 105, 108 ปอนด์, แชมป์สนามมวยเวทีลุมพินี รุ่น 118, 126 ปอนด์ อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับ อย่างกว้างขวางใน วงการมวย ว่าเป็น “นักมวยฝีมือ” ที่มีความเก่งกาจ จนหาคู่ชกในรุ่นเดียวกัน ที่เหมาะสมยากจริงๆ

ด้วยสไตล์การชก ที่เป็นมวยฝีมือ แถมยังมีอาวุธที่คมกริบ ทำให้ในช่วง 3 ปีที่ได้รางวัล ยอดมวย พันธ์พยัคฆ์ สามารถไล่ปราบคู่ชก ระดับแนวหน้าของ วงการมาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น เสือคิม ศิษย์ สท.แต๋ว, พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัย, สามเอ ไก่ย่างห้าดาว และ ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9

พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์

เส้นทางชีวิตของยอดมวย พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ กว่าจะมาถึงทุกวันนี้

เบื้องหลังความสำเร็จ บนจุดสูงสุดของ พันธ์พยัคฆ์ เจ้าตัวยอมรับว่า ส่วนสำคัญนั้นมาจากพ่อ “นายสุเทพ แสงเงิน” ที่เป็นผู้ปลูกฝัง ความรักมวยไทย ให้เขามาตั้งแต่วัยเด็ก รวมทั้งแม่ “วันเพ็ญ แสงเงิน” ที่คอยดูแลและสนับสนุน และอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ในทุกช่วงตอนของชีวิต

ผมเกิดครอบครัวที่ยากจนมาก มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน แม่ทำงานเป็นลูกจ้าง ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรม ส่วนพ่อไม่ได้ทำงานประจำ เพราะอายุมากแล้ว ชีวิตลำบากมาตั้งแต่เด็กครับ บางวันไม่มีเงินไปโรงเรียน ต้องรอพักเที่ยง พ่อไปหายืมเงินจากตา ยาย มาให้เป็นค่าขนม บางทีอยากกินน้ำอัดลม

ก็ซื้อได้ถุงเดียว แบ่งกินกัน 6 คน พ่อเป็นคนที่ชอบดูมวยมาก ก็อยากให้ผมและน้องชาย เขี้ยวพยัคฆ์ เดินตามรอยพี่ชาย คมพยัคฆ์ แฟร์เท็กซ์ ในการเป็นนักมวย ผมจึงเริ่มชกมวย มาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ โดยมีพ่อเป็นคนสอนเรื่องเชิงมวย ส่วนแม่ทำหน้าที่เป็นคนล่อเป้าให้

พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์

คุณพ่อสุเทพ ชอบดูมวยเป็นชีวิตจิตใจ และได้ถ่ายทอดความ รักมวยไทยให้ลูกๆ ทั้ง 4 คน มาตั้งแต่ยังเด็ก สมัยพันธ์พยัคฆ์อายุเพียง 3-4 ขวบ ก็จูงกันไปดูมวย ตามชนบทที่ใช้ผ้าล้อมชก จนซึมซับและ กลายเป็นความชอบ พอมาหัดมวยจึงทำให้ เขาเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ยิ่งได้เห็นพี่ชายต่างแม่ “คมพยัคฆ์” ซึ่งเป็นนักมวย

ก็ยิ่งทำให้เขาเห็นเป็นตัวอย่าง พ่อสุเทพเล่าว่า “ครอบครัวเราจนมาก ผมจึงต้องพยายาม สอนให้ลูกทำงาน ในสิ่งที่เขาทำได้เพื่อ ให้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว ซึ่งการฝึกมวยมันไม่ต้องลงทุนมาก ไม่เหมือนว่ายน้ำ ยิงปืน ตีกอล์ฟ ซึ่งค่าใช้จ่ายสูง แต่การฝึกมวยอาศัยแค่ตัว กับหัวใจก็ซ้อมได้แล้ว ผมหุ้นกับเพื่อน

คนละสามร้อย ห้าร้อย เอาไปซื้ออุปกรณ์มาให้ลูก แล้วผมเอาประสบการณ์ ตัวเองที่ดูมวยจากทีวี เป็นประจำมาสอนลูก โดยให้แม่เขาเป็นคนล่อเป้า แรกๆผมก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะเก่ง แต่มันเป็นพรสวรรค์บวกกับ ความมีระเบียบวินัย จึงทำให้เขาพัฒนา และอยู่ในขั้นที่เรียกว่า ประสบความสำเร็จ สำหรับลูกผมทุกคนทั้ง

คมพยัคฆ์, พยัคฆ์น้อย, พันธ์พยัคฆ์ และ เขี้ยวพยัคฆ์ สิ่งที่ผมสอนเขาคือ แม้เราจะเหนื่อยแต่ต้องอดทน เพราะมวยสามารถเปลี่ยนชีวิต และอนาคตของเราได้ ให้ดูนักมวยรุ่นเก่าๆ เป็นตัวอย่างเช่น สมรักษ์, สามารถ, แสนศักดิ์, พุฒิ ล้อเหล็ก พวกเขาก็มาจาก ครอบครัวที่ลำบาก แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จ ในอาชีพนักมวยได้”

ด้วยความเก่งกาจ “พันธ์พยัคฆ์” ได้เข้ามาอยู่ในสังกัด ONE ด้วยกติกา มวยไทย และ คิกบ็อกซิ่ง

พันธ์พยัคฆ์

สำหรับ “พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์” อนาคตบนสังเวียน ผืนผ้าใบของเขายังอีกยาวไกล และปัจจุบันเขาได้เป็น นักกีฬาในสังกัดของ “ONE Championship” ซึ่งเป็นเวทีดวงดาว อันเป็นความใฝ่ฝันของ นักกีฬาการต่อสู้ทั่วโลก เมื่อ พันธ์พยัคฆ์ มีโอกาสแล้ว บวกกับมีพ่อผู้เป็นแรงผลักดัน

เชื่อว่าการที่จะ ก้าวสู่จุดสูงสุดบนเวทีระดับโลก จะไม่ไกลเกินกว่าที่เขา จะไขว่คว้าอย่างแน่นอน ด้วยแรงผลักดัน และกำลังใจจากครอบครัว พันธ์พยัคฆ์ จึงก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งใน นักกีฬาแถวหน้าของทัพนักกีฬา วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ และกำลังเดินทางสู่ ความท้าทายใหม่ๆ และความสำเร็จในอีกขั้น บนเวทีระดับโลก

ซึ่งทางพันธ์พยัคฆ์ ได้กล่าวว่า “จากประสบการณ์ใน ONE ที่ผ่านมา ผมเห็นว่ารูปแบบ การชกของผมอาจะ ยังไม่เข้าตาแฟนๆกีฬา ONE สักเท่าไหร่ เพราะปกติแล้วผมเป็นมวยฝีมือ ที่เน้นการตั้งรับ หลายมองว่าอาจจะ ออกอาวุธน้อย และป้องกันตัวมากไป ครั้งนี้ผมจึงตั้งใจว่า ผมต้องปรับสไตล์การชก

ให้ถูกใจคนดูมากขึ้น รับรองว่าจะไม่ใช่ พันธ์พยัคฆ์ ที่คอยรอจังหวะตั้งรับอีกแล้วครับ จากไฟต์แรกที่ผมชกคิกบ็อกซิ่ง ก็ต้องมีการปรับจูน อะไรหลายๆอย่างครับ แต่ได้ทาง อ.สุบิน เข้ามาช่วยฝึกให้ผม พัฒนาการเคลื่อนไหว และมีจังหวะเข้าออกเร็วขึ้น รวมทั้งฝึกการ ออกหมัดชุดเพิ่มขึ้นด้วย ผมคิดว่าผมพัฒนาขึ้นมาก สังเกตได้จากการ เคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วขึ้น และออกอาวุธได้ดี และรวดเร็วขึ้นมาก ผมเชื่อว่าไฟต์นี้จะ ถูกใจแฟนๆ ONE มากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน”

ข่าวสารเพิ่มเติม : ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์ ดูซีรี่ย์ แทงบอลโลก