ประวัติโจ ฟราเซียร์ อดีตหนึ่งยอดนักชกชาวอเมริกัน ในตำนาน

ประวัติโจ ฟราเซียร์ ที่มาที่ไปของโจ ฟราเซียร์

ประวัติโจ ฟราเซียร์  โจเซฟวิลเลียมเฟรเซียร์ เกิด(12 เดือนมกราคม พ.ศ. 2487 – 7 พ.ย. พ.ศ. 2554) มีชื่อเล่นว่า “สโมคินโจ ” เป็นนักชกมวยระดับมืออาชีพคนอเมริกันที่ลงแข่งขันในปี พ.ศ. 2508 ถึง พ.ศ. 2524 เฟรเซียร์มีชื่อเสียงในด้านความแข็งแกร่งความคงทนพลังการต่อยที่น่าขนลุกรวมทั้งแรงกดดันอย่างไม่หยุดยั้งการต่อสู้แบบอย่างและเป็นนักมวยคนแรกที่จะเอาชนะมูฮัมหมัดอาลี ท่านทรงครองราชสมบัติเป็นโต้แย้ง เฮฟวี่เวทแชมป์ 1970-1973 และก็ในฐานะที่เป็นมือสมัครเล่นได้รับรางวัลเหรียญทองที่โอลิมปิกฤดูร้อน 1964

Frazier กลายเป็นคู่แข่งขันอันดับหนึ่งในช่วงปลายทศวรรษ 1960 โดยการเอาชนะคู่ปรับที่มีJerry Quarry , Oscar Bonavena , Buster Mathis , Eddie Machen , Doug Jones , George Chuvaloและก็Jimmy Ellisเพื่อก้าวสู่การเป็นแชมป์รุ่นเฮฟวี่เวตอย่างไม่มีปัญหาในปี 1970 รวมทั้งเขาก็ติดตาม โดยการเอาชนะอาลีโดยการตัดสินใจเป็นเอกฉันท์ในคาดว่าจะสูงการต่อสู้ที่ศตวรรษในปี 1971 สองปีถัดมา Frazier หายไปของเขาที่ชื่อจอร์จโฟร์แมน Frazier ต่อสู้และก็เอาชนะJoe Bugnerแพ้การแข่งขันชิงชัยกับ Aliแล้วก็เอาชนะ Quarry และ Ellis อีกรอบ

Frazier ท้ายที่สุดของเรื่องท้าทายโลกมาในปี 1975 แม้กระนั้นเขาถูกต่อยโดยอาลีในเหี้ยมโหดแข่งขันมวยที่Thrilla ในกรุงมะนิลา Frazier เลิกชกในปี 1976 ภายหลังจากพ่ายให้กับโฟร์แมนครั้งลำดับที่สองแล้วก็กลับมาอีกทีในปี 1981 เขาต่อสู้เพียงแต่ครั้งเดียวก่อนจะปลดเกษียณเพื่อความดีจบอาชีพด้วยสถิติชนะ 32 แพ้ 4 แล้วก็เสมอ 1 หน่วยงานศึกษาค้นคว้าการชกมวยนานาประเทศให้แต้ม Frazier เป็นหนึ่งในสิบรุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดไป

นิตยสารThe Ringตั้งชื่อเขาว่านักสู้แห่งปีในปี 2510, 2513 และก็ 2514 และก็สมาคมคนเขียนมวยแห่งอเมริกา (BWAA) ตั้งชื่อเขาว่านักสู้แห่งปีในปี 2512, 2514 รวมทั้ง 2518 ในปี 2542เดอะริงได้จัดลำดับให้เขาเป็นผู้มีอิทธิพลอันดับแปด เฮฟวี่เวท. เขาเป็นคนแต่งตั้งทั้งยังหอพักเกียรติศักดิ์การชกมวยสากลรวมทั้งหอพักเกียรติศักดิ์การชกมวยโลก

สไตล์ของเขามักถูกเปรียบเทียบกับของHenry Armstrongและก็Rocky Marcianoเป็นครั้งเป็นคราวและขึ้นกับการสถิติการชก พลังหมัดและก็แรงกดดันอย่างไม่หยุดยั้งที่จะทำให้คู่แข่งขันของเขาพ่าย หมัดที่มีชื่อเสียงกันดีของเขาเป็นหมัดฮุกซ้ายที่ทรงพลังซึ่งคิดเป็นส่วนใหญ่ของการน็อคของเขา ในอาชีพในการชกของเขาเขาแพ้ให้กับนักต่อยเพียงแค่สองคนคืออดีตกาลแชมป์โอลิมปิกและก็แชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต: มูฮัมหมัดอาลีสองครั้งและจอร์จโฟร์แมนสองครั้ง

ภายหลังจากเลิกชก Frazier ทำจี้ไว้ในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายและสองเอพซิมป์สัน Marvisลูกชายของเขากลายเป็นนักมวยซึ่งได้รับการฝึกอบรมโดย Joe Frazier ด้วยตัวเอง มาร์วิสเสียตำแหน่งแชมป์เฮฟวี่เวตอย่างแลร์ปรี่โฮล์มส์ในปี 2526 แล้วก็ถูกไมค์ไทสันที่กำลังมาแรงในรอบแรกในปี 2529 มาร์วิสจบอาชีพด้วยสถิติชนะ 19 ครั้งรวมทั้งแพ้ 2 ตอนนั้น Jacqui Frazier-LydeลูกสาวของFrazierยังใส่กล่องอย่างมือโปรรวมทั้งเป็นอดีตแชมป์โลกรุ่นไลท์เฮฟวี่เวตของWIBAและก็จบอาชีพของคุณด้วยสถิติชนะ 13 ครั้งและแพ้ 1 ครั้งโดยการแพ้เพียงครั้งเดียวของเธอมาจากการตัดสินส่วนใหญ่คะแนนแพ้Laila Aliลูกสาวของอาลีในการต่อสู้ขนานนามว่า “อาลี – ฟราเซียร์ IV”

Frazier ยังคงฝึกหัดนักสู้ในโรงยิมของเขาในฟิลาเดลเฟีย ทัศนคติของเขาที่มีต่ออาลีในชีวิตถัดมาโดยมากมีลักษณะความขมขื่นรวมทั้งการดูถูกดูแคลน แต่ว่าสลับกับการไม่แก่งแย่งกันสั้นๆ ลาร์รี่ โฮล์มส์ ประวัติ

Frazier ได้รับการวินิจฉัยโรคโรคมะเร็งตับในปลายเดือนก.ย.ปี 2011 และก็เข้ารับการดูแลรักษาที่บ้านพักแล้ว .เขาเสียชีวิตด้วยโรคแทรกซ้อนช่วงวันที่ 7 เดือนพฤศจิกายน 2554

ประวัติโจ ฟราเซียร์

เคยเป็นเพื่อนรักและคู่แค้นของ มูฮัมหมัด อาลี

มูฮัมหมัด อาลี คือจุดสุดยอดที่ช่วง ในระยะเวลาซึ่งกระแสเหยียดผิวที่อเมริกาอยู่ในเหตุการณ์ที่ร้อนฉ่า เขากล้าเอาตนเองเข้าไปชนใส่ประเด็นนี้ตรงๆ

ยุคที่ใช้ชื่อซึ่งบิดามารดาตั้งให้ แคสเซียส เคลย์ เขาเป็นนักต่อยที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกให้สหรัฐฯ เมื่อปี 1960 รวมทั้งได้แชมป์โลกเส้นแรกในอีก 4 ปีถัดมาด้วยการเอาชนะ ซอนนี่ ลิสตัน ไปอย่างเหนือการคาดการณ์

แต่ว่าสิ่งที่เกินคาดหมายมากกว่าก็คือ ภายหลังจากไฟต์นั้น แคสเซียส เคลย์ ได้เปลี่ยนศาสนาที่นับถือจากคริสต์เป็นอิสลาม พร้อมเข้าพวกเคลื่อนไหวทางด้านการเมืองรวมทั้งศาสนาแนวเชื้อชาตินิยมผิวดำ ที่ถูกจู่โจมว่าเป็นกลุ่มอุดมการณ์แบบคนผิวดำยิ่งใหญ่หัวรุนแรง แถมเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น มูฮัมหมัด อาลี ประเด็นนี้เป็นการท้าแล้วก็ต้านระบบสังคมที่ครอบครองโดยคนผิวขาวในยุคนั้น

“แคสเซียส เคลย์ เป็นชื่อข้ารับใช้ ผมไม่ได้เลือกเอง รวมทั้งผมก็ไม่ต้องการที่จะอยาก … ผมเป็น มูฮัมหมัด อาลี ผู้มีอิสรภาพ มันแปลว่ารักจากพระผู้เป็นเจ้า … รวมทั้งขอให้ทุกคนใช้ชื่อนี้เมื่อพูดกับผมหรือพูดถึงผม”

อาลี ไม่ใช่แค่ผู้ที่หนักแน่นในสิ่งที่ตนเองเป็นแค่นั้น เขาชาญฉลาดเรื่องการวางตัว แล้วก็เขาเป็นอัจฉริยะในเรื่องการปรับนิสัย เขาทราบว่า สหรัฐฯอยากได้วีรบุรุษ และก็รู้ด้วยว่าตัวเขาเองสามารถเป็นคนๆนั้นได้

ไม่ใช่แค่คิด แต่วิเคราะห์จริงจัง การจะเป็นวีรบุรุษนั้นสิ่งจำเป็นที่สุดเป็น “จะต้องมีตัวร้าย” อาลี ใส่หน้ากากคนดี โดยบทที่ อาลี จำต้องแสดงเป็น ยอดนักมวยที่เป็นวีรบุรุษของคนดำ เรื่องนี้ทำให้เขาได้รับคะแนนโหวตเชียร์ไปมากมายและก็แปลงเป็นวีรบุรุษจริงๆเมื่อถึงวันที่ชื่อเสียงมีมากมายในระดับหนึ่งแล้ว เหล่าตัวร้ายก็ไม่สำคัญอีกต่อไป ไม่ว่า อาลี จะทำอะไร เขามีอิมแพคพอที่จะก่อให้แฟนของเขาเชื่อฟังไปเป็นที่เรียบร้อย

โดยยิ่งไปกว่านั้นเหตุวีรบุรุษ 100% เกิดขึ้นในปี 1966 ที่ อาลี ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารเพื่อรบในการศึกเวียดนาม ซึ่งเขาไม่ยอมรับมันแบบไม่ใยดีด้วยเหตุผลที่ดารานำชายสุดๆ

อาลี โดนแบนจากการขึ้นสังเวียนตรงเวลา 3 ปีจากการไม่ยอมรับกองทัพ รวมทั้งจำเป็นต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง เขายังขาดความช่วยเหลือเกื้อกูลหลายด้าน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ก็เลยจำเป็นต้องรบกวนไปถึง เฟรเซียร์ ในหลายเรื่องอีกทั้งคอนเน็คชั่นแล้วก็เรื่องเงินๆทองๆด้วยเหตุว่าในสมัยนั้นนักมวยมิได้มั่งมีถึงขั้นต่อยไฟต์เดียวมั่งคั่งไปตลอดทั้งชาติราวกับทุกๆวันนี้ ด้วยเหตุนี้การโดนแบนและไม่ได้ขึ้นสังเวียนทำให้ อาลี เข้าขั้นภาวะถังแตก

อาลี ยื่นข้อเสนอไปยัง เฟรเซียร์ ว่าถ้า เฟรเซียร์ สามารถช่วยทำให้เขาพ้นโทษแบบแล้วก็กลับมาต่อยได้อีกรอบ อาลี จะขึ้นสังเวียนกับ เฟรเซียร์ ซึ่งถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงพวกเขาทั้งสองจะได้เงินก้อนโต จอร์จ โฟร์แมน wiki

ประวัติโจ ฟราเซียร์

ประวัติโจ ฟราเซียร์ จุดเริ่มต้นกันทะเลาะของทั้งคู่ 

สองเพื่อนรักกำลังปลาบปลื้มกับสิทธิ์การขึ้นชกที่ได้กลับมา ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ขณะที่ อาลี ต้องการทวงคืนความยิ่งใหญ่บนสังเวียนอีกครั้ง เขาจำเป็นต้องสร้าง “เรื่องราว” ให้มันเป็นที่จดจำ และคนที่ต้องใจร้ายด้วยครั้งนี้ก็คือ เฟรเซียร์ เพื่อนรักของเขานั่นเอง

อีกทั้ง อาลี รวมทั้ง เฟรเซียร์ ต่างเป็นเลิศนักชกเฮฟวี่เวตทั้งสองในสมัย 70s อาลี เป็นตำนานไร้พ่าย 31-0 ไฟต์ และก็เป็นการชนะน็อกถึง 25 ครั้ง ในช่วงเวลาที่ เฟรเซียร์ ซึ่งเป็นรุ่นน้อง 2 ปี แบกสถิติ 26-0 และก็เป็นการชนะน็อก 23 ครั้ง ด้วยสถิติอย่างงี้มีหรือแฟนคลับจะไม่ต้องการมองพวกเขาต่อยกัน ยิ่งมีภูมิหลังจากการเป็นเพื่อนรักด้วยแล้ว มันยิ่งน่าดูไปกันใหญ่ แล้วก็เมื่อยิ่งมีสัญญาใจกันอยู่แล้ว ก็เลยไม่ต้องประหลาดใจเลยว่า ไม่ช้าก็เร็วไฟต์ระหว่างคู่คิดคู่นี้จะมาถึงแน่ๆ

ปี 1971 เหล่าโปรโมเตอร์เล็งเห็นว่าถึงเวลาอันสมควรที่มวยไฟต์นี้จะพร้อมออกสู่สายตาของแฟนหมัดมวย และโกยรายได้ให้มากที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์มวยสากลเคยมีมา แผนที่วางไว้เพอร์เฟกต์ แต่มันยังเพอร์เฟกต์ได้อีกในแง่การตลาด เพราะอยู่ ๆ อาลี ก็มีเรื่องให้บาดหมางกับ เฟรเซียร์ … ต้นเหตุมาจาก อาลี ที่เป็นคนสุดโต่งในแนวคิดไม่พอใจที่ เฟรเซียร์ ทำตัวครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่กล้าออกตัวเหมือนกับเขา และเข้ากลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองและศาสนาแนวเชื้อชาตินิยมผิวดำ แถมยังมีนักลงทุนผิวขาวสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เฟรเซียร์ อีกด้วย

มีครั้งหนึ่ง เฟรเซียร์ เผลอเรียกชื่อ อาลี ว่า “เคลย์” ชื่อที่เจ้าตัวเกลียดที่สุด กลับกลายเป็นว่า อาลี ระเบิดอารมณ์ทันที เขาใช้เรื่องนี้โจมตี เฟรเซียร์ แบบไม่หยุดหย่อน ถ้าเป็นหมัดก็คงต้องเรียกว่าเป็นหมัดชุดก่อนขึ้นสังเวียนที่ทำให้ไฟต์นี้น่าดูชมระดับคูณ 10 เข้าไปโดยไม่ต้องเอาอะไรมาหารเลยทีเดียว

ไฟต์ดังกล่าวเป็นศึกที่ต้องซื้อที่นั่งเพื่อเข้าชม มันถูกจัดขึ้นที่ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน มหานครนิวยอร์ก เมกกะแห่งวงการมวยแห่งสมัยนั้น ความจุ 20,455 ที่นั่ง ค่าตั๋วชั้นริงไซด์ติดขอบเวที ตีไปเสียว่าต่ำ ๆ ต้องมี 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ (เปรียบเทียบกับปัจจุบันราวที่นั่งละ 928 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งถือว่าไม่ใช่ตัวเลขที่น้อย ๆ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สตอรี่ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ตั๋วเข้าชมหมดเกลี้ยง ทั้ง อาลี และ เฟรเซียร์ ได้ส่วนแบ่งจากค่าเข้าชมและถ่ายทอดสดอีกคนละ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่มากที่สุดของนักกีฬาทุกชนิด ณ เวลานั้น แต่ที่แน่ ๆ อาลี ยังไม่หยุดปากของเขา  ดูบอล123

แม้แฟน ๆ จะคลั่งไคล้ทั้งฝีมือและฝีปากของ อาลี จนเสียงเชียร์ส่วนใหญ่เป็นของฝั่ง อาลี ไปตามคาด ทว่าด้าน เฟรเซียร์ นั้นแทบเป็นคนละคน เขาดูไม่สนใจและแยแสกับเรื่องนี้ สิ่งที่เขาเตรียมมาก่อนขึ้นชก มีเพียงหมัดฮุกซ้ายที่เป็นไพ่ตายของเขาเท่านั้น … และเมื่อไฟต์เริ่มขึ้น ก็เป็นไปตามคาดเพราะ การชก 3 ยกแรก อาลีใช้ความเร็วที่เหนือกว่า บุกเข้าโจมตีเฟรเซียร์ด้วยหมัดแย็บ จน เฟรเซียร์ เปิดตำรารับแทบไม่ทัน โจ เฟ ร เซี ย ร์ Pantip

แต่หลังจากเข้ายกที่ 4 โจ เฟรเซียร์ ก็เริ่มเดินเข้ารุกไล่ กระทั่งได้จังหวะฮุคซ้ายใส่อาลีเข้าเต็มๆ ในยก 11 ส่งร่างของสิงห์จอมโวทรุดลงไปให้กรรมการนับ แต่เสียงเชียร์และความอึดทำให้ อาลี ลุกขึ้นมาสู้ต่อ และทำได้ดีในอีก 3 ยกถัดมา กระทั่งเข้าสู่ยก 15 ซึ่งเป็นยกสุดท้ายของมวยอาชีพในสมัยนั้น เฟรเซียร์ กดสูตรเรียก หมัดฮุกซ้าย ท่าไม้ตายของเขาขึ้นมาใช้เป็นครั้งที่ 2 จนทำ อาลี ร่วงไปให้กรรมการนับอีกครั้ง ก่อนครบยกเฟรเซียร์เป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ ยัดเยียดความปราชัยในการชกอาชีพครั้งแรกให้อาลีได้สำเร็จ

อ่านบทความมวยเพิ่มเติมได้ที่ >> นักชกมวยสากลปี64