ประวัติบัวขาว นักมวยไทยที่เป็นตำนานของประเทศไทยคว้าแชมป์มากมาย


ประวัติบัวขาว เราจะมาเล่าประวัตินักมวยชื่อก้องโลกมีนามว่า บัวขาว 

ประวัติบัวขาว ถ้าเราจะกล่าวถึงนักมวยชื่อดัง ในประเทศไทย ที่สร้างชือเสียงให้ประเทศมากมายนั้น ต้องมีชื่อของผู้ชายคนนี้ บัวขาว บัญชาเมฆ เจ้าของฉายา ดำดอทคอม ประวัติการศึกษา ของบัวขาว นั้น ถึงจะชอบการชกมวย แต่การเรียนผู้ชายคนนี้ ก็ไม่เคยที้ง ร้อยตรี สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ เกิดวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 เป็นชาวไทย เชื้อสายกูย เขาเกิดที่อำเภอสำโรงทาบ

จังหวัดสุรินทร์ จากนั้น เขาได้เข้ากรุงเทพ เมื่ออายุ 15 ปี โดยนอกจากการขึ้นชก แล้วเขาก็ยังใช้เวลาที่เหลือ ในการศึกษา หาความรู้ใส่ตัว โดยในปี 2556 นั้น เขาได้เข้ารับปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ปริญญาโท) สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

เป็นผู้พระราชทานปริญญาบัตร ในปี 2557 เขาได้เข้ารับ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ปริญญาเอก) สาขาวิชายุทธศาสตร์ การพัฒนาภูมิภาค (กลุ่มการศึกษาและจัดการภูมิปัญญา) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ โดย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เป็นผู้พระราชทานปริญญาบัตร และในปี 2560 ที่ผ่านมา เขาได้เข้ารับ

ปริญญาบริหารธุรกิจบัณฑิต (ปริญญาตรี) : บธ.บ. คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต โดย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นผู้พระราชทานปริญญาบัตร นอกจากนั้นเขายังเป็น อาจารย์พิเศษ คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และยังเป็น อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

อีกด้วย ซึ่งเราต้องบอกเลยว่า บัวขาว บัญชาเมฆ เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเรื่องการทำให้สิ่งที่ตัวเองถนัดและชอบ และยังเป็นตัวอย่างที่ดี ต่อเยาวชน เรื่องการนำความสามารถ ที่มีมาใช้และผลักดันตัวเอง เรื่องการเรียนจนสามารถคว้า ใบปริญญาทั้ง ตรี โท และ เอก มาได้ภายในอายุ 35 ปีนั่นเอง

 

 

 

ประวัติบัวขาว

 

จุดเริ่มต้นเส้นทางนักมวย ของบัวขาว บัญชาเมฆ 

จากภูธร สู่กรุงเทพ

นักมวยภูธรอย่างเค้า แม้จะเก่งแค่ไหน แต่ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับ จากคนทั่วไปอยู่ดี ทำให้เค้าต้องเดินทาง อีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ตัวเอง เด็กชายสมบัติ เข้ากรุงเทพมาเพื่อพิสูจน์ ฝีมือตั้งแต่อายุ 15 ปี กับต้นสังกัด ค่ายมวย ป.ประมุข แน่นอนว่าช่วงแรก ของการต่อยมวยไทย ในกรุงเทพไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่เค้าก็ทำให้ทุกคนเห็นว่า เค้ามีดี เก่ง แกร่ง พร้อมสู้ทุกคน เค้าได้รับรางวัลการันตี เป็นเข็มขัดแชมป์เป็นจำนวนมาก จากเวทีสยามอ้อมน้อย เวทีลุมพินี

จากประเทศไทยออกไปให้ต่างชาติ ได้เห็นความอันตรายของมวยไทย 

ช่วงเวลานั้น ต้องบอกเลยว่า หาคนมามาชกกับ บัวขาวได้ยากมากจริงๆเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเก่งจน ไร้คู่ต่อชกก็ว่าได้ คิดดูว่าเคยมีการจัดมวยแบบ 2 รุม 1 (เข้าชกทีละคน) แต่ก็ยังเอาบัวขาวไม่ลง จนทำให้โปรโมเตอร์ ต้องส่งบัวขาว ออกไปชกนอกประเทศ จึงจะมองหาคู่ชก ที่สมน้ำสมเนื้อได้ บัวขาวได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปขึ้นชกที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในรายการเค-วัน เวิลด์ แม็กซ์เจอกับนักชกต่างชาติอย่าง จอห์น เวย์น พาร์ นักชกชาวออสเตรเลีย ปรากฏว่าบัวขาวเอาชนะจนคว้าแชมป์ รายการนี้ได้

โปรโมเตอร์

หลังจากเค้าโลดแล่น อยู่บนสังเวียนทั้งเมืองไทย และต่างประเทศเป็นเวลานาน รวมถึงการมีคดีความฟ้องร้อง กันเรื่องลิขสิทธิ์กันวุ่นวาย ไปหมด แต่ก็จบลงด้วยดี บัวขาว ได้เดินหน้าต่ออีกครั้ง ในบทบาทใหม่ นั่นคือ เจ้าของค่ายมวย เทรนเนอร์ของค่ายตัวเอง ชื่อว่า บัญชาเมฆ ก่อนจะรับหน้าที่

เป็นโปรโมเตอร์มวยในอีกบทบาทหนึ่ง นับว่าเป็นนักมวย  ที่มีพัฒนาการมาไกลมาก ทั้งฝีไม้ลายมือบนสังเวียน ที่หาคู่ต่อสู้ยากมาก หรือ การบริหารจัดการ ตัวเองสร้างค่ายมวย ก้าวขึ้นเป็นโปรโมเตอร์ แต่อย่างไร ก็ตามเราหวังว่า อยากจะเห็นมวยไทย พันธุ์ดุอย่าง บัวขาว ขึ้นชกอีกสักครั้งหนึ่ง

ประวัติบัวขาว กับเส้นทาง มวย k1 ที่สร้างชื่อให้ตนเองมาอย่างมากมาย

ทั้งนี้ มวย K-1 คือ มวยไทยที่ญี่ปุ่นนำไปเผยแพร่ เมื่อปี พ.ศ. 2537 โดยอาจารย์คาซูโยชิ อิชี่ (Kazuyoshi Ishii) เจ้าสำนักเซโดไคคังคาราเต้ ในประเทศญี่ปุ่น โดยประยุกต์เอาศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ มาต่อสู้กัน และใช้กติกาเดียวกันกับมวยไทย คือ ห้ามใช้ศอกและโน้มคอตีเข่า ซึ่งมวย K-1 ได้ออกอากาศแพร่ภาพทางโทรทัศน์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539

“มันก็คือมวยไทยนี่แหละ แต่พอดีญี่ปุ่นเขาหยิบสิทธิ์ไปใช้ ครั้งแรกที่ผมเข้าไปเขาห้ามแค่ศอกอย่างเดียว นอกนั้นยังใช้ได้หมด ที่ห้ามใช้ศอกเพราะมันเป็นวุธที่รุนแรงมาก เกิดพลาดไปมันอาจทำให้เสียโฉมได้ เพราะเขาต้องเซฟหน้าตานักมวยด้วย นักมวยมันต้องหล่อ ต้องดึงดูดใจแฟนมวยสาวๆ” บัวขาว กล่าว

สำหรับบันไดสู่เวทีมวยระดับโลกของบัวขาว เริ่มต้นเมื่อเขาอายุได้ 8 ขวบ ที่บ้านเกิดจังหวัดสุรินทร์ บัวขาวฝึกมวยตั้งแต่ยังเด็กจนอายุ15 ปี ก็ตบเท้าเริ่มอาชีพมวยไทยกับสังกัด “ป.ประมุข” ของกำนันเก๊-ประมุข โรจนตัณฑ์ และเขาก็ไม่ทำ ให้เจ้าของค่ายมวยผิดหวัง สามารถคว้าเข็มขัดแชมป์ เวทีมวยสยามอ้อมน้อย รุ่นเฟเธอเวท, แชมป์ประเทศไทย ในรุ่นเฟเธอเวท และแชมป์ที่เวที มวยสยามอ้อมน้อยอีกครั้ง ในรุ่นไลท์เวท นอกจากนั้น ยังเป็นแชมป์ประเทศไทย และแชมป์รายการอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

บัวขาว ได้เล่าถึงแฟนคลับของเขา  “เวลาอยู่ญี่ปุ่นผมแปลงโฉมตลอดเลยนะ คือ อากาศที่โน่นมันหนาวก็เลยต้องใส่ชุดหนาๆ ผมนี่ใส่ฮิพฮอพคลุมหน้าเลย แต่ถึงขนาดนั้นบางคนยังจำได้อีก เขาจะเริ่มมองแล้วค่อยๆ กรูเข้ามาหา บางรายคลั่งไคล้ถึงขนาดจัดทัวร์มานั่งดูการซ้อม มาเยี่ยมค่าย ดูความเป็นอยู่ของเรา พอซ้อมเสร็จผมก็มานั่งคุยกับเขา แล้วทีนี้เหงื่อมันออกมาก เขาก็จะเอาผ้ามาเช็ดแล้วก็เก็บเหงื่อปาดใส่กระป๋องน้ำไว้”

และในปีนี้ พ.ศ.2552 บัวขาวก็จะกลับมาถามหาบัลลังก์แชมป์มวย K-1 อีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา เขาก็ผ่านด่านการดวลหมัดรอบ 8 คนสุดท้ายได้อย่างไม่ยากเย็นนัก หลังจากสามารถเอาชนะ นิคกี โฮลส์เกน คู่ปรับเก่าจากฮอลแลนด์ ไป 30 – 28 คะแนน ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับ แอนดี ซาวเออร์ แชมป์ 2 สมัย ชาวฮอลแลนด์ โดยมีคิวฟาดหมัดกันในวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคมนี้ ที่ประเทศญี่ปุ่น และหากชัยชนะอยู่ในมือของบัวขาว เขาก็จะต้องทำศึกรอบชิงชนะเลิศในวันเดียวกัน

 

ประวัติบัวขาว

อ่านข่าวมวยที่น่าสนใจ >>>> ultimateufa

อ่านข่าวรายวัน >>>> หน้าแรก