บัวขาว บัญชาเมฆ เปิดประวัติเขาคนนี้ ที่เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดนักมวยไทย ขวัญใจแฟนๆทั่วโลก

บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับสากล และเป็นนักมวยไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งยุค

บัวขาว บัญชาเมฆ หรือ ร้อยตรี สมบัติ บัญชาเมฆ ชื่อในวงการว่า บัวขาว เกิดวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 เป็นนักมวยไทย ที่เรียกว่ามีชื่อเสียงและ เป็นที่ยอมรับ ในวงการการต่อสู้ระดับสากล โดยเฉพาะในทวีปยุโรป และประเทศญี่ปุ่น และเขาเคยเป็นนักมวยไทย ในสังกัดค่ายมวย ป.ประมุข

บัวขาวมีส่วนสูง 174 เซนติเมตร น้ำหนัก 70 กิโลกรัม บัวขาวจัดเป็นหนึ่งในนักกีฬาอาชีพไทยที่ทำรายได้สูงอย่างมาก โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะมาจากการชกมวยที่ต่างประเทศ นอกจากนี้แล้ว ยังมีผลงานการแสดงในภาพยนตร์ไทยหลายๆเรื่องและใน พ.ศ. 2554 บัวขาวได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการไทยไฟต์

ที่ประเทศไทย ในรุ่น 70 กิโลกรัม ซึ่งเขาก็ได้เป็นแชมป์ของการแข่งขันอีกด้วย ในวัย 39 ปี บัวขาว ก็ยังโลดแล่นอยู่บนสังเวียนผืนผ้าใบ ในฐานะนักชกพร้อมๆ กับการเป็นเจ้าของอาณาจักรมวยไทย “บัวขาว วิลเลจ” บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ รวมไปถึงมีงานด้านบันเทิง และเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าอีกมากมาย

เรียกได้ว่าเขาคนนี้คือ ไอค่อนของนักมวยไทย ในยุคนี้อย่างแท้จริง เพราะเขามีครบทุกอย่างทั้ง รางวัลความสำเร็จ ชื่อเสียง เงินทอง และความนิยมชมชอบ ที่แผ่กระจายไปไกลถึงต่างแดน ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้ “บัวขาว” สมบัติ บัญชาเมฆ กลายเป็นนักมวยไทย ที่ประสบความสำเร็จ มากสุดในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงแค่ผลงานบนเวที แต่ยังรวมไปถึงการ เป็นนักกีฬาอาชีพอีกด้วย

บัวขาว บัญชาเมฆ

บัวขาว บัญชาเมฆ เขาทำอย่างไรถึงได้ประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน

“สิ่งที่คุณต้องมีคือ ประสบการณ์ ความอดทน และความขยันหมั่นเพียร ถ้ามีของพวกนี้ คุณประสบความสำเร็จแน่นอน” นี่คือคำพูดของ บัวขาว บัญชาเมฆ ที่ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับตัวเขา ล้วนเป็นผลจากความอดทน ขยันหมั่นเพียร ที่สะสมมาเป็นระยะเวลาหลายปี เขามีพล็อตชีวิตที่ไม่แตกต่าง กับนักมวยไทยอาชีพทั่วไป เขาเกิดและเติบโตในครอบครัวชาวนา ที่จังหวัดสุรินทร์

และเริ่มต้นหัดชกมวยไทย ไปตามงานวัดต่างๆ ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ก่อนย้ายมาอยู่ในค่าย ป.ประมุข ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อตอนอายุ 15 ปี แต่ในช่วงอายุ 7-12 ปี บัวขาวได้ผ่านการชกมาแล้วกว่า 100 ครั้ง บัวขาว มีความใฝ่ฝันอยากชกมวย ออกทีวีสักครั้งในชีวิต เขาคิดว่าหนทางเดียวที่จะช่วยให้เขา

ไปถึงเป้าหมายได้ก็คือ ความตั้งใจในการฝึกซ้อม นั่นจึงทำให้ บัวขาว เลือกที่จะหันหลังให้การศึกษาในระบบ มาโฟกัสกับการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง และหาเวลาว่างเล่าเรียน กศน.แทน ผลของการจริงจัง กับช่วงเวลาฝึกซ้อมทำให้ บัวขาว นั้นได้มีร่างกายที่แข็งแกร่ง

พละกำลังที่แข็งแรง กลายเป็นจุดขายของเจ้าตัว ที่เป็นมวยสไตล์บู๊ดุดัน เดินอัด เดินเบียดคู่ชก ซึ่งการชกในลักษณะนี้ ต้องอาศัยร่างกายที่ ฟิตสมบูรณ์อย่างมาก เพื่อเดินหน้าเปิดเกมได้ตลอดทุกยก รวมถึงทนทานต่อความเจ็บปวด จากอาวุธมวยของคู่ต่อสู้ เขายังเคยเปิดเผยว่า โปรแกรมการฝึกซ้อมของตนนั้น

จะแบ่งออกเป็น 2 เบรก ก็คือช่วงเช้าตั้งแต่ 6.00-9.00น. และช่วงเย็นตั้งแต่ 15.30-19.00น. เป็นประจำแทบทุกวัน ไม่เว้นแม้แต่ในช่วงที่เขานั้นโด่งดังและมีชื่อเสียงแล้ว แต่ บัวขาว ก็ยังยึดมั่นและเชื่อในการ ฝึกซ้อมอย่างจริงจัง จึงทำให้เขานั้นเป็นนักมวยไทย ที่เก่งและประสบความสำเร็จ แถมยังสร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ผลงานที่ไม่ธรรมดาของ บัวขาว มีไฟต์ประทับใจไหนบ้าง

ซึ่งผลงานของเขาในเดือนกรกฎาคมปี 2547 บัวขาวก็ได้กลายเป็นแชมป์โลก K-1 MAX ที่สามารถเอาชนะ John Wayne Parr กับ Takayuki Kohiruimaki และ Masato แชมป์คนก่อนในรอบชิงชนะเลิศ ในปี 2005 เขาเกือบจะได้เป็นแชมป์สองสมัย แต่แพ้รอบพิเศษในการตัดสินใจกับ Andy Souwer นักมวยชาวดัตช์ในรอบชิงชนะเลิศ ในงานแข่ง K-1 MAX World Grand Prix ปี 2549 บัวขาวได้กลับมาเผชิญหน้ากับ Andy Souwer อีกครั้ง

ในรอบชิงชนะเลิศ แต่คราวนี้ Andy Souwer โดน TKO ด้วยการชกที่หนักหน่วงของเขา จึงทำให้บัวขาวเป็นผู้ชนะ K-1 World MAX ในครั้งที่สอง และกลายเป็นนักมวยคนแรก ที่ได้รับตำแหน่งนี้ถึงสองครั้ง นอกจากนี้เรายังเห็นเขา ในรายการมวยพิเศษอีกมากมาย โดยเฉพาะในการต่อสู้

คุนหลุนไฟต์ (Kunlun Fight 2017) บัวขาวต้องเผชิญหน้ากับ Kong Lingfeng นักมวยจากประเทศจีน การต่อสู้คุนหลุนไฟต์ครั้งที่ 62 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 10 มิถุนายน 2560 ในกรุงเทพมหานคร ผลตัดสินคือบัวขาวเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ จากนั้นในเดือนพฤศจิกายนที่ 11 หลายคนหวังว่าเขาจะปรากฏตัว

ในคุนหลุนไฟต์ในประเทศฝรั่งเศส แต่การแข่งก็ไม่ได้เกิดขึ้น เขาจึงไปร่วมงานแข่ง ที่ประเทศจีนใ นคุนหลุนไฟต์ครั้งที่ 67 จนสามารถเอาชนะ Maroun Toutouh ด้วยการน็อคเอ้าท์ไปในรอบที่สอง ภายในหมัดเดียว

Kunlun Fight แมทช์การแข่งขันที่กระแสมาแรงมาก เมื่อบัวขาวขึ้นชก

บัวขาว เขาได้ขึ้นชกในรายการพิเศษหลายรายการ โดยเฉพาะในรายการ คุนหลุนไฟต์ Kunlun Fight และแมทช์การชก ที่เป็นกระแสอย่างมาก ก็คือการชกกับ อี้หลง Yi Long นักศิลปะการต่อสู้วูซูของจีน โดนทั้งสองเจอกันครั้งแรกในปีพ.ศ. 2558 ซึ่งทาง บัวขาว สามารถเอาชนะคะแนนมาได้

แต่ในการเจอกันครั้งที่สองในปีพ.ศ. 2559 บัวขาว ก็เป็นฝ่ายแพ้คะแนน อี้หลง แบบค้านสายตาผู้ชม และได้มีการประกาศว่า จะมีการชกกันในครั้งที่สามในศึก MAS Fight ด้วยกติกาคือ ชกเพียงแค่ยกเดียว 9 นาที สามารถใช้อาวุธได้ทุกรูปแบบ หมัด, เท้า, เข่า, ศอก และปล้ำตีเข่า

และไม่มีการชนะคะแนน ผลตัดสินอยู่ที่การน็อค หรือขอยอมแพ้ ถ้าครบ 9 นาทีจะถือว่าเสมอ แต่การชกครั้งนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้น เนื่องจากว่าทาง อี้หลง ออกมาประกาศยกเลิกด้วยข้ออ้างว่า มีอาการบาดเจ็บที่หลังนั่นเอง

ขอบคุณข่าวสารมวยดีๆ : ดูอนิเมะออนไลน์ แทงบอล

อ่านบทความมวยเพิ่มเติม : นักมวยเอเชียรุ่นเล็ก