นักมวยไทยที่เก่งที่สุด นักชกไทยที่เก่งสุดในตั้งแต่อดีต มีการชกที่สนุก ดุเดือดเป็นเอกลักษณ์

นักมวยไทยที่เก่งที่สุด นักมวยไทยฝีมือร้ายกาจ ชกสนุกมีชื่อเสียงโด่งดังไม่น้อย 

นักมวยไทยที่เก่งที่สุด มวยไทย เรียกได้ว่าได้รับการขนานนามว่าเป็น “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้งแปด” ก็คือการต่อสู้ด้วยมือเปล่า โดยที่มีอวัยวะทั่วร่างกายเป็นอาวุธ ทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก เป็นกีฬาและศิลปะป้องกัน ตัวประจำชาติไทย ซึ่งปัจจุบันมีผู้นิยมฝึกมวยไทยเป็นจำนวนมาก ด้วยหลากหลายเหตุผลแตกต่างกันออกไป และประเทศไทยเองก็ถือเป็นต้นกำเนิด ของศาสตร์การต่อสู้แขนงนี้ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า นักมวยไทยที่เก่งกาจที่สุดแน่นอนว่า

ย่อมมาจากประเทศไทยนั่นเอง และนักมวยไทยที่เก่งกาจ เทียบที่เชิงมวย คนแรกก็จะเป็นใครไม่ได้เลยก็คือ “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” ที่เป็น แชมป์โลกมวยสากลอาชีพคนที่ 10 ของไทย สามารถ มีชื่อจริงว่า สามารถ ทิพย์ท่าไม้ เกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2505 ที่ตำบลคลองเขต

แต่ในปัจจุบันอยู่ในตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุตรของนายสมนึก กับนางเมค ทิพย์ท่าไม้ เขาได้เริ่มหัดมวยไทยตั้งแต่อายุ 11 ขวบ โดยใช้ชื่อว่า “สามารถ ลูกคลองเขต” โดยสามารถมีพี่ชายแท้ๆ ซึ่งเป็นอดีตนักมวยไทยชื่อดังด้วยคือ ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ

ก้องธรณีเคยชกมวยสากลเหมือนสามารถ ได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยครั้งที่ 2 ได้ชิงแชมป์กับแชมป์โลกชาวไทยด้วยกันเองคือ เขาทราย แกแล็คซี่ สามารถได้ขึ้นชกมวยไทยครั้งแรก ที่จังหวัดชลบุรีเมื่อ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2517 เอาชนะคะแนนเพชรอรุณ ศิษย์นิมิต

จากนั้นตระเวนชกในแถบจังหวัดภาคตะวันออกถึงร้อยกว่าครั้ง และจึงได้เดินทางมาชกในกรุงเทพ ในปี พ.ศ. 2522 ที่ สนามมวยเวทีลุมพินี โดยอยู่ในการดูแลของโปรโมเตอร์ชื่อดังอย่าง ทรงชัย รัตนสุบรรณ สามารถถือเป็นนักมวยชั้นเชิงแพรวพราว สายตาดี ชกได้สนุก ชนะใจคนดู และประสบความสำเร็จอย่างมากในการชกมวยไทย โดยได้แชมป์ของสนามมวยเวทีลุมพินีถึง 4 รุ่นด้วยกัน

นักมวยไทยที่เก่งที่สุด

นักมวยไทยที่เก่งที่สุด คนต่อมาจะเป็นใครไปไม่ได้เลยก็คือ แสนชัย พีเคแสนชัยมวยไทยยิม

นักมวยไทยที่เก่งที่สุด

แสนชัย มีชื่อจริงคือ ศุภชัย แสนพงษ์ เกิดวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2523 ที่บ้านโนนสูง ตำบลดอนกลาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ชื่นชอบกีฬาชกมวยมาตั้งแต่เด็ก เคยเป็นนักมวยไทยที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุดในยุคนี้เมื่อเทียบปอนด์ต่อปอนด์ สถิติการชกมวยสากล 5 ครั้ง ชนะ 5 (น็อค 2ครั้ง)

แสนชัยยังเป็นนักมวยไทยที่มีชื่อเสียง ที่ซึ่งเคยชกมวยสากล โดยมีตำแหน่งแชมป์ ที่สำคัญๆมากมายและตอนที่เขามีอายุ 17 ปี ได้เป็นแชมป์มวยไทย รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท พิกัดน้ำหนัก 115 ปอนด์ ของสนามมวยเวทีลุมพินี ปี 2540 จนมาถึงอายุ 18 ปี ก็เป็นแชมป์มวยไทย รุ่นแบนตั้มเวท พิกัดน้ำหนัก 118 ปอนด์

ของสนามมวยเวทีลุมพินี ปี 2541, แชมป์มวยไทย รุ่นแบนตั้มเวท ของสนามมวยเวทีลุมพินี ปี 2542, แชมป์มวยไทย รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัดน้ำหนัก 130 ปอนด์(58.967 กก.) ของสนามมวยเวทีลุมพินี ปี 2548, แชมป์มวยไทย รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท ของสนามมวยเวทีลุมพินี ปี 2551, อายุ 30 ปี เป็นแชมป์มวยไทย รุ่นไลท์เวท ของสนามมวยเวทีลุมพินี และ WMC ศึกเพชรยินดี ปี 2553

วิชาญน้อย พรทวี เป็นอีกหนึ่งนักมวยฝีมือมือดีอยู่ไม่น้อย

นักมวยไทยที่เก่งที่สุด

วิชาญน้อย พรทวี นักมวยไทยชาวไทย เกิดเมื่อ พ.ศ. 2491 ที่จังหวัดนนทบุรี เริ่มฝึกมวยไทยโดย “เฉลียว ทินโมราห์” เริ่มชกมวยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2503 ใช้ชื่อ “วิชาญน้อย ศรีเมืองนนท์” เคยเป็นนักมวยค่าย ศรีเมืองนนท์ ต่อมาเปลี่ยนมาอยู่ค่าย พรทวี และสุดท้ายมาอยู่กับค่าย เพชรยินดี

เคยเป็นแชมป์ฟลายเวท ของสนามมวยเวทีลุมพินี และเวทีมวยราชดำเนิน ต่อมาข้ามมาชกในรุ่นจูเนียร์ไลท์เวท เวทีราชดำเนิน และสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ต่อเนื่องนาน 5 ปี จนได้รับการขนานนามว่า เป็น “ยอดมวยอมตะ” เนื่องจากมีประสบการณ์สูง วิชาญน้อยแขวนนวมอย่างถาวรในปี พ.ศ. 2524 เมื่ออายุ 34 ปี

พุฒ ล้อเหล็ก นักมวยไทยระดับแถวหน้า ฉายา ไอ้หนูเมืองตรัง

พุฒ ล้อเหล็ก

พุฒ ล้อเหล็ก หรือชื่อจริงว่า ทวี พิพัฒกุล เรียกได้ว่าเป็นนักมวยไทยระดับแถวหน้า โดยเป็นแชมป์ของสนามมวยเวทีลุมพินี และเวทีราชดำเนิน มีฉายาว่า ไอ้หนูเมืองตรัง มีชื่อเสียงระหว่าง พ.ศ. 2513-2520 สถิติการชก 80 กว่าครั้งในช่วง 10 ปี พุฒ ล้อเหล็ก ไม่เคยแพ้น็อคหรือเทคนิคเกิลน็อคเอาท์

และไม่เคยแม้แต่โดนนับเลย หากแต่มีเพียงครั้งเดียวที่โดนหมัดของศิริมงคล ลูกศิริพัฒน์ จนพุฒลงไปคลานสี่ขาแต่ไม่โดนนับ และยังเป็นฝ่ายชนะศิริมงคลในการชกที่เวทีหัวหมาก ในวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2516 พุฒ ล้อเหล็ก ได้เสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563 เวลาประมาณ 21.00 น. ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว หลังเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา

คฤหาสน์ ส.สุภาวรรณ ตำนานยอดเซียนอัจฉริยะ สุดยอดมวยไทยแห่งยุค

คฤหาสน์ ส.สุภาวรรณ

หรือ สุวิทย์ อยู่ชุมพล เป็นอดีตนักมวยไทยที่มีชื่อเสียง เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2512 ที่อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น เริ่มชกมวยตั้งแต่ พ.ศ. 2531 ในชื่อ “เซียนน้อย ส.พลสมิง” ได้เงินค่าตัว 3,500 บาท ก่อนที่จะโด่งดังที่กรุงเทพมหานครในเวลาต่อมา โดยคฤหาสน์ได้เป็นแชมป์ถึง 3 รุ่นใน เวทีลุมพินี

คือ ฟลายเวท (112 ปอนด์) โดยการเอาชนะคะแนน “ไอ้เลือดเหล็ก” ไพโรจน์น้อย ส.สยามชัย มาได้, จูเนียร์แบนตั้มเวท (115 ปอนด์) และจูเนียร์เฟเธอร์เวท (122 ปอนด์) โดยที่คฤหาสน์ เป็นนักมวยที่มีรูปร่างเล็ก และเมื่อขึ้นชกจึงจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่เสมอ บางครั้งต้องต่อน้ำหนักให้แก่คู่ต่อสู้

และถึงขนาดเป็นแชมป์ในรุ่น 122 ปอนด์แล้ว แต่ก็มีรูปร่างและน้ำหนักน้อยกว่าแชมป์รุ่น 118 ปอนด์ หรือแบนตั้มเวท คฤหาสน์ เป็นนักมวยประเภทจังหวะฝีมือ ชกมวยด้วยความเฉลียวฉลาดและสติปัญญา จนได้รับฉายาจากแฟนมวยว่า “ไอ้เซียน” หรือ ยอดเซียน หรือ ยอดมวยอัจฉริยะ

เคยปะทะฝีมือกับนักมวยชื่อดังร่วมสมัยมาแล้วหลายคน อย่างเช่น โอเล่ห์ เกียรติวันเวย์, แก่นศักดิ์ ส.เพลินจิต, “แรมโบ้” พงษ์ศิริ พ.ร่วมฤดี, “ต๋วนเป๋” หนึ่งอุบล ศิษย์เลิศชัย, เรนโบว์ ส.พรานทะเล, วีระพล สหพรหม เป็นต้น จนได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดนักมวยไทย ที่เก่งที่สุดเมื่อเทียบน้ำหนักกันปอนด์ต่อปอนด์คนหนึ่ง

ข้อมูลข่าวสารมวยดีๆจาก : ดูอนิเมะออนไลน์, UFABET